Google Web Stories รูปแบบใหม่ของการสื่อสารบนหน้าจอมือถือ

Google Web Stories รูปแบบใหม่ของการสื่อสารบนหน้าจอมือถือ

google web stories thumnail

หลังจากทาง Google ประกาศว่าจะมุ่งเน้นการพัฒนา SEO โดยเฉพาะบนมือถือและถอดการจัดอันดับ (Indexing) สำหรับเว็บไซต์ที่ไม่ปรับปรุงประสิทธิภาพให้เป็นมิตรบนหน้าจอมือถือ (SEO Mobile Friendly) และมีการเปิดฟีเจอร์ใหม่อย่าง Google Web Stories เวอร์ชั่นทดสอบ

ซึ่งโปรแกรมนี้ที่เป็นปลั๊กอินบน WordPress ตัวช่วยสร้างการนำเสนอรูปแบบใหม่ให้กับนักสร้างสรรค์เนื้อหาบนเว็บไซต์ ให้ดูน่าสนใจโดยเฉพาะบนมือถือ แถมยังมีผลต่อการจัดอันดับการค้นหาของ Google Search, Google Images, Google Discover และ Google App อีกด้วย

Google Web Stories คืออะไร

Google Web Stories คือ รูปแบบในการแสดงผลของเนื้อหาแบบ AMP (Accelerated Mobile Pages) ที่เน้นการออกแบบเนื้อหาให้ตอบสนองการใช้งานบนมือถือได้ดีที่และรวดเร็ว

โดย Google ได้กำหนดคำแนะนำไว้ว่าควรออกแบบเจ้า Web Stories นี้ ให้มีความยาวบนปกไม่เกิน 10 คำและมีจำนวนหน้าตั้งแต่ 4 ถึง 30 หน้า

หากใครนึกไม่ออกให้นึกถึง Instagram Stories หรือ Tiktok นะครับ ที่มันเลื่อนไปเรื่อยๆ ได้และก็มีข้อความน้อยมาก

googlewebstoriesimage

จุดเด่นที่ Google อยากนำเสนอ คือ ความรวดเร็ว ง่ายและความสนุก เหมือนกับเวลาที่เรารับประทานอาหารว่างนั่นเอง นั่งปัดไปเรื่อยๆ จิบกาแฟอะไรแบบนั้น

แถมยังแนะนำให้ออกแบบเนื้อหา โดยเน้นไปที่วีดีโอหรือภาพแนวตั้งและมีความยาวไม่เกิน 15 วินาที มีคำบรรยายการแสดงผลแบบเต็มจอ (Fullscreen) ทั้งนี้ก็เพื่อจับ Keyword ของเนื้อหา ส่งผลให้ Robot ตรวจจับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ง่ายมากขึ้น


AMP

AMP คืออะไร

ไม่เล่าเรื่องนี้ก็เดียวจะไม่เข้าใจ อย่างที่บอกไปว่า AMP คือ เนื้อหาที่เน้นการแสดงผลบนมือถือได้อย่างรวดเร็ว โดยจะประกอบด้วยองค์ประกอบ (Component) ทั้ง 3 ส่วนดังนี้

  1. AMP HTML คือ HTML ที่เป็นส่วนประกอบและส่วนขยายของการสร้างเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ แต่มีข้อจำกัด AMP HTML จึงสามารถเร่งประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่า HTML ทั่วไป
  2. AMP JS คือ ไลบรารี เป็นตัวกำหนดแนวทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ AMP ทั้งหมด การเลือกใช้ทรัพยากร การใช้แท็กตามที่กำหนด เพื่อให้ไม่มีองค์ประกอบใดในหน้าเว็บไซต์ ถูกบล็อกการแสดงผล เป็นผลทำให้เว็บไซต์แสดงผลช้าลง (เร็วขึ้น)
  3. Google AMP Cache คือ เครือข่ายการแสดงเนื้อหาที่เก็บไฟล์ AMP ที่ถูกต้องทั้งหมดไว้ แล้วนำไปเก็บในแคชก่อนที่ระบบจะดึงมาใช้งาน ทั้งรูปภาพ ไฟล์เอกสารทั้งหมด ผลคือทำให้การแสดงผลของตัวเนื้อหามีความรวดเร็วสูงกว่าปกติ (โหลดไฟล์ไว้รอแล้ว)

dashboardgooglewebstoriesplugin
ปรับแต่งเรื่องราวแก้ไขบน wordpress ได้เลย

ฟีเจอร์ของ Web Stories

• สร้างเนื้อหาด้วย Web Stories

วีดีโอของเนื้อหาควรมีคำบรรยายภาพ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดูวีดีโอไปพร้อมๆ กับอ่านข้อความได้ นั่นเพราะว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่สามารถกำหนดให้แก่ผู้ใช้งานได้ เช่น ผู้ใช้งานอาจอยู่บนรถไฟฟ้า ริมถนนหรือสวนสาธารณะ ทำให้เป็นไปได้ว่าอาจมีเสียงรบกวน ทำให้ไม่สามารถได้ยินเสียงจากเนื้อหา

การใส่ข้อความควรมีอักษรขนาด 24 points และในแต่ละหน้าไม่ควรเกิน 200 ตัวอักษร (ประมาณ 30 คำ)


templetewebstories
เทมเพลตของหน้าเว็บตั้งต้น

• เทมเพลตสำเร็จรูปที่สวยงามดูดี

เทมเพลตสำเร็จรูปทั้ง 8 แบบที่สวยงาม ทำให้สามารถเริ่มกระบวนการสร้างเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องคำนึงว่าเนื้อหาจะมีรูปแบบนำเสนอสวยงามหรือไม่ จึงไม่ต้องกังวลตรงจุดนี้สำหรับผู้สร้างสรรค์ และรูปแบบถูกแบ่งไว้เป็นหมวดหมู่ดังนี้

  • Beauty
  • Cooking
  • DIY
  • Entertainment
  • Fashion
  • Fitness
  • Travel
  • Wellbeing

ซึ่งแต่ละเทมเพลตมีความหลากหลายมากพอที่จะให้ผู้ใช้นำไปปรับแต่งได้ โดยไม่ต้องหาไอเดียเพิ่มหรือแรงบันดาลใจจากที่ไหน ทำให้โฟกัสกับการสร้างเนื้อหาได้แบบสบายๆ เลย


webstoryresults
การแสดงผลของ Web Story

Google Web Stories ช่วยอะไรในเชิงธุรกิจ

1. สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจให้กับธุรกิจ

ลดต้นทุนด้วยขั้นตอนการผลิตที่ง่ายและไม่จำเป็นต้องทำการโปรแกรมมิ่ง ไม่ต้องพึ่งนักพัฒนา

2. มีความยืดหยุ่นในการสร้างสรรค์เนื้อหา

Web Stories มาพร้อมกับเทมเพลต ที่กำหนดไว้ให้ในแต่ละหน้าแล้วควบคุมการแสดงผลด้วย User Interface ที่เป็นมาตรฐาน มีองค์ประกอบต่างๆ ในการจัดวางเนื้อหาได้อย่างง่าย คุณจึงไม่ต้องเสียเวลา

3. แชร์และเชื่อมโยงเนื้อหาบนเว็บแบบปิด

ฟังก์ชันการแชร์และฝัง (Embed) สามารถทำได้ง่ายทั้งบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น ไม่จำกัดระบบ

4. ติดตามวัดผลของเนื้อหา

Web Stories รองรับการวัดผลของตัววัดผลอย่าง Google Analytics (GA) และ Google Search Console (GSC) เพื่อช่วยให้เราวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมกับเป้าหมายธุรกิจได้

5. ความเร็วกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

การแสดงผลจากการดาวโหลดที่ช้าทำให้หลายธุรกิจที่มีเว็บไซต์ช้าเสียโอกาส ในยุคปัจจุบันความรวดเร็วเป็นปัจจัยต้นๆ ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งาน เพราะกว่า 50% ของผู้ใช้งานที่เข้าเว็บไซต์แล้วรู้สึกช้า (เกิน 3 วินาที) เลือกที่จะออกจากเว็บไซต์ทันที

6. มีส่วนร่วมกับผู้อ่านได้ดียิ่งขึ้น

รูปแบบที่ทันสมัย ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าการแสดงผลแบบแนวตั้งเริ่มเข้ามาแทนที่เนื้อหารูปแบบธรรมดาและยังช่วยเพิ่มการเข้าถึงของผู้ใช้ได้มากกว่าอีกด้วย

Google กล่าวว่าปลั๊กอินตัวนี้ จะช่วยให้ผู้สร้างเนื้อหาได้รับ Traffic เป็นจำนวนมาก ผ่านรูปแบบการนำเสนอของ Web Story บน Google Search และผู้ผลิตเนื้อหายังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับผู้ใช้งานทั่วไปผ่านหน้าจอมือถือได้

ทั้งยังสามารถช่วยสร้างรายได้จากการทำ Affiliate Links, Google Ads, Google DV360 ได้อีกต่างหาก สำหรับปลั๊กอินตัวนี้ ถือเป็นวิธีการใหม่ของทาง Google ที่ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับผู้ใช้งาน

แต่ฟังก์ชันที่กล่าวมานี้ก็ยังเป็นรุ่นสอบ ยังขาดฟีเจอร์สำคัญๆ อย่างการแสดงอนิเมชั่น การใส่ไฟล์ (Attachment) ต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะมีมาในเวอร์ชั่นเต็มภายในปลายปีนี้

ส่วนตัวมองว่านี่คือหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Google ที่พัฒนาเพื่อรองรับการแสดงผลบนหน้าจอมือถือ ซึ่งจะบังคับใช้ในปีหน้านี้แบบจริงจัง เพื่อนๆ ลองไปใช้งานดูกันนะ

ที่มา : wptavern.com / ภาพ : Stories.Google