บทสรุป SEO คืออะไร เข้าใจหลักการทำ SEO ปี 2021 ใน 5 นาที

บทสรุป SEO คืออะไร? เข้าใจหลักการทำ SEO ปี 2021 ภายใน 5 นาที

การทำการตลาดแบบ Search Marketing นับวันก็ยิ่งน่าสนใจ โดยเฉพาะการทำ SEO สายขาว เงื่อนไขและข้อกำหนดของ Google ได้มีเปลี่ยนแปลงอัพเดทมากมาย และปี 2021 นี้ ผมจึงอยากอัพเดทให้เพื่อนๆ เข้าใจหลักการทำ SEO และสรุปมาให้ในบทความนี้

ทำ SEO ปี 2021

SEO ปี 2021 มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?

ความรู้เรื่อง SEO หลายคนอาจเข้าใจว่า แค่เพียงทำให้ถูกใจ Google ก็เพียงพอและยังยึดถือหลักการแบบเดียวกับหลายปีที่ผ่านมา ในความเป็นจริงนั้นความรู้เรื่อง SEO เรียนรู้มากเท่าไร ก็ยิ่งมีแบ่งไปอีกมากมายไม่มีวันจบสิ้น นั่นเพราะว่าการทำ SEO ไม่มีสูตรตายตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ ด้าน

เริ่มตั้งแต่กลยุทธ์การทำ SEO ของแต่ละธุรกิจ การวางแผน พฤติกรรมของผู้ใช้งาน Search Engine การเปลี่ยนข้อกำหนด อัลกอริทึมของทาง Google เองก็ตาม ผมจึงอยากเขียนบทความนี้สรุปให้กับผู้อ่านทำความเข้าใจ พื้นฐานการทำ SEO แนวทางการทำที่น่าจะถูกต้องที่สุด (SEO Best Practices)

SEO คืออะไร?

การทำ SEO คือการทำอันดับเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกของการค้นหาบน Google ด้วยวิธีการใช้ “คำค้น” หรือคีย์เวิร์ดที่ต้องการ ที่อยู่ในเนื้อหาของเว็บไซต์ของเรา โดยผ่านกระบวนการพัฒนาและปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ที่เราเรียกว่า SEO หรือ Search Engine Optimiazation นั้นเอง สนใจคอร์สเรียน SEO โตธุรกิจ

หนึ่งในจุดประสงค์ของการทำเว็บไซต์ นอกจากต้องการขายสินค้าก็คือ การนำคนเข้ามาที่เว็บไซต์เราให้ได้มากที่สุด (แต่ต้องเป็นลูกค้า) ซึ่งการสร้างเว็บไซต์ในยุคนี้ยังต้องมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ผู้ใช้งาน (Customer Experience)

การโปรโมทเว็บไซต์ที่ดีที่สุดคือการหา traffic เข้าเว็บไซต์ ทั้งจากการซื้อโฆษณา การทำ SEO หรือวิธีการอื่นก็แล้วแต่ ผมขอแนะนำเพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงการทำ SEO และจุดประสงค์ของการทำ SEO (Search Engine Optimization)

การทำ SEO คืออะไร

การทำ SEO อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ นั่นคือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เป็นลักษณะ SEO Friendly หรือเรียกว่าถูกใจระบบค้นหา ถูกใจ Search Engine เช่น google, bing, yahoo, youtube, Amazon, etc.

ก็เพื่อจุดประสงค์ให้การค้นหาและจัดอันดับบนหน้าเว็บไซต์ของเราอยู่ในอันดับแรกๆ ของการค้นหาและมีผู้ใช้งานเข้าใช้เว็บไซต์เราให้ได้เยอะที่สุดนั่นเอง

ทำไมจึงต้องทำ SEO

ใจความสำคัญของการทำ SEO คือ มันช่วยให้เว็บไซต์ไต่อันดับทะยานขึ้นสู่ในหน้าแรกๆ ของการค้นหา เมื่อผู้ค้นหาใส่คำหรือคีย์เวิร์ดที่ต้องการค้นหา และจะได้ผลลัพท์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและการค้นหาได้จากอินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดยมีสถิติดังนี้

  • ผู้คนพึ่งพาการค้นหาจาก Google วันละ 3.5 พันล้านครั้ง (40,000 ล้านครั้งต่อปี)
  • กว่า 92% ใช้การค้นหาจาก Google Search Engine สัดส่วนที่เหลืออีก 8% เป็นของ 5 Search Engine รวมกัน
  • การทำ SEO ให้ผลลัพท์ของ Conversion rate สูงถึง 14.7% ซึ่งต่างจากทำการตลาดแบบเดิมๆ ที่ให้ผลลัพท์เพียง 1.7%

จากสถิติแสดงให้เห็นว่า ผู้คนใช้งาน Search engine มีจำนวนมากแค่ไหน เชื่อว่า..แม้แต่ผู้อ่านยังคงใช้ Google Search ทุกวันแน่ๆ

ในชีวิตประจำวันของเรา เช่น คุณแม่บ้านบางท่านอาจจะไม่เคยทำผัดกะเพราเลย แต่ไม่รู้ว่าจะไปถามใคร คุณลูกก็เรียน คุณพ่อก็ทำงาน ถามใครดี? ก็คงหนีไม่พ้น Goolgle Search หรือไม่ก็ Youtube ใช่ไหมละครับที่ดูจะสะดวกถูกใจคุณแม่บ้านที่สุด

ว่าแล้วก็หยิบสมาร์ทโฟนแล้วค้นหาคำว่า “วิธีทำผัดกะเพรา” หรือ “สอนทำข้าวผัดกระเพรา”

seoคืออะไรอธิบายให้เข้าใจ
ผลการค้นหาคำว่า “วิธีทำผัดกระเพรา”

เห็นไหมครับว่า Google มันมีประโยชน์และแก้ไขปัญหาให้แม่บ้านท่านนี้ได้อย่างรวดเร็ว (รสชาติค่อยว่ากันแต่ก็คงจะทำเป็นแล้ว)

สาเหตุที่การทำ SEO มีการแข่งขันดุเดือด ต่างคนก็ต่างอยากจะอยู่บนหน้าแรกของการค้นหาของ Google Search Engine ก็เพราะว่า สถิติผลการค้นหาและผลลัพท์ของแต่ละหน้าครับ

ผลลัพท์อัตราการคลิกกับอันดับของการค้นหา

จากกราฟจะเห็นอันดับการค้นหาที่สัมพันธ์กับอัตราการคลิก คิดเป็นเปอร์เซ็นการคลิกอันดับที่ 1 – 10 เฉลี่ยจะอยู่ที่ 31.7% และคนที่คลิกอันดับ 1-10 คือ 95% ของผู้ใช้งาน Google Search ทั้งหมด

ctrandclickseo

นั่นหมายความว่าการจัดอันดับของเว็บไซต์บน Google Search มีผลสำคัญอย่างยิ่งต่อการเข้าเว็บไซต์ของผู้ที่มาเยี่ยมชมหน้าร้าน แบรนด์ ธุรกิจต่างๆ เพราะแบบนี้แบรนด์และธุรกิจจึงต่างพยายามทำทุกวิถีทางให้ตัวเองติดอันดับใน Google Search นั่นเอง

การทำ SEO มีผลอย่างไรกับการทำตลาดออนไลน์

การทำ SEO ในเชิงธุรกิจ หมายถึงการทำการตลาดบนหน้า Search engine ที่มีผลต่อการตลาด (Marketing) และหลักการทำการตลาดบน Search engine หลักๆ มีวิธีการทำอยู่ 2 ประเภทดังนี้

  • SEM เป็นรูปแบบการทำการตลาดบนหน้าค้นหาของ Search engine ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก เพื่อให้โฆษณาที่ธุรกิจที่เราต้องการเห็น ปรากฎขึ้นเพื่อนำไปสู่ผลลัพท์ทางการค้า ซึ่งเรามักจะใช้คำว่า “Paid Search” คือการโฆษณาแบบจ่ายเงินหรือ PPC
  • SEO เป็นรูปแบบการทำการตลาดที่ไม่ใช้การซื้อโฆษณา ซึ่งการมองเห็นของโฆษณา หรือสิ่งที่ต้องการให้กลุ่มเป้าหมายหลักเห็น จะเกิดจากการปรับแต่งเว็บไซต์ (Optimization) เพื่อให้ผลการค้นหาอยู่ในหน้าแรกของ Google Search เราเรียกว่า “Organic Search”

ทำ “Organic Search” หรือ “Paid Search” ดี?

ข้อดีของการทำ “Organic Search”

ข้อดีของการแสดงผลของเว็บไซต์เราบนหน้า Search engine จะทำอันดับได้ด้วยการปรับแต่งเว็บไซต์โดยวัดจากคุณภาพของเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ผู้คนที่ “ค้นหา” หรือสามารถ “แก้ไขปัญหา” ให้กับผู้ใช้งานได้ดีที่สุด

แต่การทำ SEO แบบ Organic search ก็มีปัจจัยจำนวนมาก โดยจัดแบ่งเป็น Factor ที่มีมากกว่า 200 Factor ด้วยกัน ตัวอย่างเช่น การสร้าง Keyword, Backlink, On-page SEO, Off-page SEO, Link Building รวมถึงระยะเวลา ชื่อเว็บไซต์ ความน่าเชื่อถือ ไปจนถึงความสามารถของผู้ปรับแต่งด้วย

ข้อดีของ Paid Search

ข้อดีของการซื้อโฆษณาหรือเนื้อหาที่เราต้องการให้ไปปรากฎบนหน้า Search engine คือ ได้อยู่ตำแหน่งบนสุดของโฆษณาและส่วนที่ดีที่สุด ที่เราสามารถกำหนดได้ว่าเราต้องการอยู่ในตำแหน่งใด เพื่อให้การแสดงผลตอบโจทย์ลูกค้าเรามากที่สุด มองเห็นเยอะที่สุด หรือมีอัตราการคลิกมากที่สุด

ส่วนข้อเสียคือ หากเราลงเงินไม่มากพอหรืองบประมาณต่ำไป ก็อาจทำให้การแสดงผลนั้นออกมาไม่ดีเท่าที่ควรหรือเห็นน้อยไปจึงทำให้อาจไม่คุ้มค่าต่อการซื้อโฆษณา

เห็นได้ว่าจุดแข็งของ SEO นั้นสามารถสร้างผลลัพท์ที่ยั่งยืน เพราะมันจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่เราทำมันอย่าง “มีคุณภาพ” อีกทั้งยังตอบโจทย์และดู “น่าเชื่อถือ” มากในสายตาของลูกค้า (คนเชื่อโฆษณาแบบ Paid เพียง 30% และเชื่อแบบ Organic 70%)

ประโยชน์และข้อเท็จจริงของการทำ SEO ที่มีผลต่อการทำการตลาดออนไลน์

ความสำคัญข้างต้นที่กล่าวมานั้น ข้อเท็จจริงของการทำ SEO ที่เป็นประโยชน์และสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ โดยผมจะบอกเป็นข้อๆ

  1. ช่วยให้คนรู้จักธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณ สร้างการจดจำ (Brand Awareness) ในตัวสินค้าและบริการ (จุดนี้เรายังไม่ต้องการยอดขาย เพราะเราต้องสร้างการรับรู้ให้ลูกค้าก่อนว่าเรามีตัวตน)
  2. ช่วยให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์และผู้ใช้งานจำนวนมาก ได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน (อ่านเรื่อง Web Traffic)
  3. ช่วยเพิ่มกลยุทธ์ให้กับธุรกิจคุณในการทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการทำ Inbound, Outbound marketing จากการวางกลยุทธ์ การทำ Keyword Research ที่ตรงกับหมวดหมู่สินค้าและบริการ (ซึ่งมักจะตรงกลุ่มมาก)
  4. ช่วยเพิ่มผลลัพท์ทางการขายที่มุ่งหวัง (Conversion rate) เช่น การสร้างยอดขาย การทำแบบสำรวจ การลงทะเบียน การจองห้องพัก คอนโด จากการติดตามลูกค้าเพื่อนำไปทำแคมเปญทางการตลาดต่อไป (Re-marketing)
  5. ประหยัดเงินในการลงโฆษณา เพราะต้นทุนต่ำกว่าการทำการตลาดออนไลน์ชนิดอื่นมาก (แต่ทำยาก)
  6. สร้างความน่าเชื่อถือ แรงดึงดูดให้กับธุรกิจและแบรนด์ (Trust and Authority) ทำให้แบรนด์ดูมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้ลูกค้าเชื่อถือเอามากๆ
  7. ช่วยสร้างผลกำไร และทำให้ธุรกิจเติบโตแบบยั่งยืน จากค่าใช้จ่ายที่ลดลง
seoguide

อยากทำ SEO ต้องเริ่มยังไง

ต้องขอบอกว่าวิธีการทำและไต่อันดับของการทำ SEO นั้นไม่ยาก (แต่ก็ไม่ง่าย) เพราะมีหลายปัจจัยในการทำให้เว็บไซต์เราติดอันดับจนกว่าจะเดินทางไปถึงอันดับต้นๆ ได้ สำหรับมือใหม่ผมจะสรุปให้ดังนี้

  • Keyword Research คือ การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด จากคำค้นของผู้งานระบบ search engine ที่เข้ามาค้นหา เพื่อต้องการคำตอบและให้รู้ว่าต้องการสิ่งใด มีอะไรที่แก้ปัญหาให้เขาได้บ้าง การทำเนื้อหาที่ตอบโจทย์คำค้นหา จึงเป็นแก่นสำคัญมากๆ เรียกว่าเป็นปัจจัยหลักของการได้มาซึ่ง Organic Traffic เลยทีเดียว
  • Site Structure แผนผังเว็บไซต์ อันนี้สำคัญมากเช่นกัน เพราะหลักการทำเว็บไซต์นั้นจริงๆ แล้วเราต้องเรียนรู้การทำ SEO ก่อน เพื่อให้เราสามารถวางแผน เหมือนการที่เราสร้างบ้าน การทำ SEO คือการเขียนแบบบ้าน และวางแผน ส่วนการสร้างเว็บไซต์ คือ การก่อสร้างบ้านตามแผนที่เราวางไว้และอีกอย่างหนึ่งคือ จะได้ทราบว่าเว็บไซต์แบบใดที่ระบบ Search Engine ชอบและวัดผลสิ่งนั้นได้
  • On-page SEO คือการปรับแต่ง SEO บนหน้าเว็บไซต์ตัวเอง ส่วนสำคัญของการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์มีความเกี่ยวข้อง เกี่ยวโยงกันเหมือนใยแมงมุม เอาเป็นว่าเหมือนเราดักลูกค้า แบบให้เขาเข้ามาแล้วมีทางไปต่อ มีของเล่นเล่นไปเรื่อยๆ อยู่ได้นานที่สุด ยิ่งถ้าเว็บเรามีประโยชน์กับเขา ขั้นต่อไปจะทำให้เราขายสินค้าได้ ซึ่งอยู่ที่กลยุทธ์ของแต่ละแบรนด์ว่าจะจูงมือเขาเดินไปไหน
  • การเขียนบทความ SEO เนื้อหาของเว็บไซต์ คือ หัวใจหลักของการสร้าง Traffic เข้ามายังเว็บไซต์เรา เพราะคนเลือกหาสิ่งที่ต้องการ ถ้าเราทำคอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานต้องการ เขาย่อมอยากวิ่งเข้าหา แต่การสร้างเนื้อหาให้น่าสนใจ น่าติดตาม น่าดึงดูด ก็ต้องใช้เทคนิคขั้นสูงเช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งเหล่านี้สามารถฝึกฝนและปรับปรุงได้
  • Link Building เป็นเหมือนการสร้างระบบการส่งลิงก์จากเว็บไซต์อื่นในลักษณะ Backlink มายังเว็บไซต์เราหรือส่งลิงก์เพื่อไปอ้างอิงให้กับเว็บไซต์อื่น หรือแม้แต่การสร้าง Internal link เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ เข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่หน้าปัจจุบันได้ จะช่วยให้เราไต่อันดับได้ดีขึ้น (เพราะใช้เวลาในแต่ละ session นานขึ้น)

อยากเรียน SEO แบบตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญ

SEO สำหรับผู้เริ่มต้น
คอร์ส SEO101 สำหรับผู้เริ่มต้น

คอร์ส SEO สำหรับผู้ประกอบการ

คอร์สสอน SEO โตธุรกิจ
อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญและรู้จริงเรื่อง SEO ในธุรกิจ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับ การทำ SEO เบื้องต้น แนวทางและวิธีการทำที่ผมอธิบายมาทั้งหมด ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ ถ้าชอบช่วยแชร์กันเยอะๆ นะ และอย่าลืมส่งต่อความรู้ให้กับเพื่อนๆ ด้วยละ