อยากติด AI Search แฉ! กลยุทธ์ SEO ให้ AI เอาเนื้อหาเราไปเป็นคำตอบ
ทุกวันนี้การหาด้วย AI หรือ AI Seach ได้มีบทบาทและกลายมาเป็นผู้ช่วยตอบคำถามที่เข้าใจสิ่งที่มนุษย์ต้องการ และภาษาที่เป็นมนุษย์มากขึ้น ทำให้ได้คำตอบที่ตรงใจทันที และเป้าหมายของการทำ SEO ยุคนี้ก็เช่นกัน คือการได้ติดอันดับ Ranking ใน Search Engine และ AI Overviews วันนี้พี่หมีฮาร์ดเซลล์ SEO Expert ตัวจริง จะมาแนะนำวิธีการ อยากติด AI Search แบบเข้าใจง่ายกัน
AI Search คือ ผู้ช่วยสำหรับการค้นหา สรุปแบบทันใจ
AI Search คือ เครื่องมือค้นหาข้อมูลต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยหน้าที่ของมันคือ ประมวลผลจากการวิเคราะห์ ค้นหาข้อมูล ทำความเข้าใจและนำส่งมาเป็นคำตอบให้เราได้ใช้งานนั่นเอง
และปัจจุบัน AI แนะนำคำตอบจากข้อมูลที่ไม่ใช่แค่การค้นหาให้ตรงกับ Keyword หรือคำค้นที่ตรงใจเท่านั้น แต่มันจะทำความเข้าใจตาม Search Intent หรือเจตนาของผู้ใช้ที่กำลังค้นหา ไม่ว่าจะเป็นคำสั้นๆ หรือประโยคยาวที่ซับซ้อนมากแค่ไหน ก็สามารถทำงานได้ดี

AI Search ต่างจาก Search Engine ยังไง
- Search Engine ทำงานโดยอาศัยหลักการ Crawling > Indexing > Result จากเนื้อหาในเว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่ผู้คนค้นหา และแสดงผลตามอันดับของแต่ละเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องมากที่สุด โดยนำมาจากฐานข้อมูล Search Engine ใดๆ เท่านั้น
- AI Search ทำงานโดยอาศัยหลักการ ตรวจสอบ > วิเคราะห์ข้อมูล > สรุปออกมาเป็นคำตอบทันที โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่มีอยู่ในฐานข้อมูล Search Engine หลายแหล่ง เช่น Bing, Google, Yandex, etc.
|
Search Engine ทั่วไป |
AI Search |
|
|---|---|---|
|
Objective |
จับคู่คีย์เวิร์ดตามคำค้นหา |
ทำความเข้าใจบริบทของการหา |
|
Priciple |
จัดทำดัชนีแต่ละเว็บไซต์และหน้าเว็บเพจ |
วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล สร้างคำตอบ |
|
Snippets |
เรียงตามอันดับและประเภทการแสดงผลแต่ละรูปแบบ เช่น ข่าว รีวิว รูปภาพ รายการสินค้า |
สรุปเป็นคำตอบเดียว และรับความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้ใช้งานได้ |
|
Experience |
คลิกเพื่อเข้าไปอ่านคำตอบภายในเนื้อหา |
ได้รับคำตอบทันที ตรงประเด็น และมีลิงก์อ้างอิงจากหลายแหล่งข้อมูล |
หลักการที่ AI Search ใช้ในการให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้งาน
- เรียนรู้และสร้างคำตอบ
- AI จะสามารถถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต บทความ เนื้อหาต่างๆ จากเว็บไซต์ทั่วโลก จนสามารถเข้าใจบริบทต่างๆ ได้ดี
- AI จะประมวลผลคำถาม และดึงความจำจากข้อมูลที่ได้ฝึกฝน มาเรียบเรียงเป็นคำตอบใหม่ขึ้นมา เหมือนกับมนุษย์ที่ทำความเข้าใจจากหนังสือ เนื้อหาที่อ่านมาเป็นข้อมูลสรุปใหม่
- ค้นหาข้อมูล แล้วค่อยสร้างออกมาเป็นคำตอบ
- ในกรณีที่ AI ไม่ได้ใช้ความจำจากการเทรนด์เพียงอย่างเดียว มันจะไปหาคำตอบจากแหล่งที่ดูเชื่อถือมากที่สุด เช่น เว็บไซต์ต่างๆ ไฟล์ pdf ที่เราอัปโหลดให้ หรือลิงก์ข้อมูลที่เราเป็นคนแนะนำ ส่งให้มันก็ได้
- เมื่อเราตั้งคำถามกับ AI และส่งข้อมูลแนบไปให้แล้ว มันจะทำการสังเคราะห์ ประมวลผลข้อมูลที่ได้มา และไปหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตบางส่วน รวมถึงความจำเดิมที่มีอยู่แล้ว สร้างคำตอบให้ครบถ้วนได้ทันที
AI Search ยอดนิยมตัวท็อปๆ มีตัวไหนบ้าง
ปัจจุบัน AI Search หรือเครื่องมือค้นหาที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ประมวลผล และสรุปคำตอบ กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง เพราะช่วยให้เราได้คำตอบที่ตรงประเด็น รวดเร็ว แพลตฟอร์มที่โดดเด่นและเป็นที่นิยมในขณะนี้มากมายหลายตัวด้วยกัน
- Perplexity AI
- Google AI Overviews
- Microsoft Copilot
- Claude
- ChatGPT
คำแนะนำในการใช้งาน AI Search Engine
อยากติด AI Search ต้องทำยังไง
1. เช็กให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ อนุญาตให้ AI Bot เข้าถึงเนื้อหา
เว็บไซต์ของเราจะต้องไม่ปิดกั้นการเข้าถึงของ AI Bot Search เราสามารถตั้งค่าให้ AI เข้าถึงและรักเรามากขึ้นได้ด้วย การแก้ไข Robot.txt (ปกติมันก็ไม่ได้ปิดกั้นนะครับ) การทำสิ่งนี้จะช่วยให้เนื้อหาโดยรวมทั้งเว็บไซต์ ถูกมองเห็นได้ดียิ่งขึ้นจากตัว Robot AI ของทุกตัว โดยผมทำการแก้ไขเพื่อให้ AI ทั้ง 7 ตัวที่คนนิยมกัน สามารถเข้ามาดูเนื้อหาง่ายขึ้น
- OAI-Searchbot
- ChatGPT-User
- GPTBot
- CCBot
- AdsBot
- PerplexityBot
- Google-Extended


2. ตั้งค่าการควบคุมการเข้าถึงเนื้อหา Preview Control ที่ถูกต้อง
เว็บไซต์ของเราสามารถกำหนดค่าการแสดงผลในเนื้อหาแต่ละหน้า แต่ละบทความ ได้ด้วยชุดคำสั่งต่างๆ ทั้ง SERP Preview, Facebook Preview (Open Graph) ทำให้การ Snippet ในรูปแบบต่างๆ ตรงกับที่ตัว AI Suggestion ต้องการให้ได้มากที่สุด
3. ใช้โครงสร้างข้อมูล (Structure Data) ที่ตรงกับการแสดงผล
โครงสร้างของข้อมูลหรือ Structure Data (JSON-LD) จะใช้การเขียนโค้ดดิ้ง ให้มีผลกับการแนะนำของ AI เพราะการตั้งโครงสร้างในรูปแบบที่ถูกต้อง Schema Markup ช่วยสร้างข้อมูลแบบไมโครดาต้าประเภทหนึ่ง ที่เอาไว้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาของหน้าเว็บเพจ ช่วยบอกให้ Bot ต่างๆ เข้าใจและรู้ถึงจุดประสงค์ของหน้าเว็บไซต์ อาทิ
|
ประเภท |
การใช้งานบน On-Page SEO |
|---|---|
|
@Webpage |
หน้าเว็บไซต์ / Landing Page |
|
@Article |
บทความทั่วไป / บล็อก |
|
@News Article |
บทความข่าว เว็บข่าว |
|
@FAQ PAGE |
คำถามที่พบบ่อย (ที่เกี่ยวกับหัวข้อนั้นๆ) |
|
@Product |
สินค้าเว็บอีคอมเมิร์ซ |
|
@Service |
บริการต่างๆ เช่น รับทำ SEO / รับเหมาก่อสร้าง |
|
@Breadcrubmlist |
เส้นทางของ Webpage ต่างๆ เมนู |
|
@LocalBusiness |
ธุรกิจท้องถิ่นที่มี เวลาเปิดทำการ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ |
|
@List Item |
หน้า Webpage ที่เป็นแหล่งรวมเนื้อหาต่างๆ หรือสินค้าต่างๆ |
4. ใช้ Mutimedia เนื้อหาที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้น
การ Search ในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่ บทความ ภาพ อินโฟกราฟิกสวยๆ หรือลิงก์เท่านั้น ทุกคนจะเห็นว่าเวลาที่เรา Search คำค้นใดๆ Google และ AI จะแสดงผลออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันตามจุดประสงค์การค้นหา ไม่ใช่แค่ข้อมูลบนเว็บไซต์ เราเรียกว่า Search Universal ระบบจะดึงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาแสดงผล อาทิ
- หน้าเว็บ บทความ
- รูปภาพ
- วีดีโอ
- Podcast รูปแบบเสียง
- ข่าว
- แผนที่รายงานชื่อธุรกิจในพื้นที่
- Knowledge Graph
ซึ่งทั้งหมดนี้จะดึงข้อมูลไม่ใช่แค่บนเว็บไซต์ แต่รวมถึง Social Media แพลตฟอร์มต่างๆ Facebook, Youtube, Tiktok, Instagram, E-Commerce Platform เป็นต้น
5. เนื้อหาควรจะเป็น Original Content ของคุณ
Content is King สิ่งนี้จะยังคงเป็นความสำคัญสูงสุดต่อการสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ ที่ผู้สร้างจะสามารถทำให้ตอบโจทย์กับธุรกิจของเราเอง มีลักษณะ อัตลักษณ์เฉพาะดูเป็นต้นฉบับ การสร้าง Original Content นอกจากจะดีต่อระบบ Search แล้วก็ยังดีต่อความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียง การแก้ปัญหาได้จริงของเนื้อหานั้นๆ ที่ตอบโจทย์ตามหลัก อัลกอริทึม E-E-A-T
6. สร้างประสบการณ์การใช้งานให้ดี (User Experience)
ไม่ว่าเว็บไซต์เราจะได้รับการค้นหาจากช่องทางใดก็ตามทั้ง SEO / Search Ads / AI Search เว็บไซต์จำเป็นต้องมี Experience & Performance ที่ดี ที่ตอบสนองการใช้งานผู้ใช้ได้อย่างดีทั้งในส่วนของการออกแบบ UI ที่ใช้งานง่าย ความเร็วของเว็บ หรือแม้แต่ Flow ของเว็บที่สะดวกต่อผู้ใช้งานทั่วไป และสำคัญที่สุดคือ ตอบสนองได้ทุกหน้าจอของผู้ใช้งาน
7. โฟกัสที่จุดประสงค์เนื้อหา ทำเพื่ออะไรไม่ใช่แค่อันดับคีย์เวิร์ด
จริงอยู่ที่การได้มาซึ่งยอดคลิก และติดอันดับในหน้า Google SERP จะเป็นจุดแข็งของการทำ SEO และช่วยให้ AI แนะนำเนื้อหามาโชว์บน AI Search ต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเราต้องคำนึงถึงการใช้งานจริงที่เกี่ยวข้องกับ “จุดประสงค์การค้นหา” หรือ Search Intent ที่แท้จริงด้วยว่าผู้คนต้องการหาอะไร เช่น หาร้านค้าที่..ดีที่สุด หาสินค้าที่..ราคาถูก หาแหล่งข้อมูล หรือหาวิธีการแก้ไขอะไรบางอย่าง เป็นต้น

Adisorn Kaewchansilp (พี่หมีฮาร์ดเซลล์)

