เหตุผลที่ UX สำคัญต่อการทำอันดับ SEO

เหตุผลที่ User Experience (UX) สำคัญต่อการทำ อันดับ SEO บนเว็บไซต์

User experience สำคัญต่อการทำอันดับ seo

ช่วงนี้ใครๆ ก็พูดกันถึง UX กันนะครับ รู้กันบ้างยังว่ามันคืออะไร ? บทความนี้เราจะมาคุยกันเรื่องของการสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งาน หรือ User Experience Design (UX) และขยายความให้เข้าใจว่าทั้งเจ้า UX กับ UI (User Interface) มันคืออะไร

User Experience (UX) คืออะไร

User Experience Design หรือ UX พูดให้เข้าใจง่ายแบบให้เห็นเป็นภาพก็เหมือนคนที่เรารู้จักกันนั่นแหละครับ แต่ละคนล้วนสามารถสร้างเสน่ห์ ปรุงแต่ง ออกมาในรูปแบบต่างๆ ให้ดูเรียบหรู สนุกสนาน อ่อนโยน เช่น การเลือกเสื้อผ้า ตัดแต่งทรงผม ให้ดูน่าคบหา ดูให้อยากเข้าไปทำความรู้จัก ดูเป็นคนฉลาด พูดคุยเรื่องอะไรก็น่าฟังไปหมด ไม่ซับซ้อน จริงใจอะไรแบบนั้นครับ (ซึ่งสัมพันธ์กับการตลาด)

User Interface (UI) คืออะไร

User Interface Design คือส่วนของการออกแบบไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น หรือแม้แต่เกมก็ต้องมีการออกแบบ UI โดยดีไซน์ที่ดีนั้นต้องมีความสวยงาม โดดเด่น หนึ่งคือสร้างแรงดึงดูดต่อผู้ใช้งาน มีความชัดเจน และง่ายต่อการนำไปพัฒนาต่อโดยนักพัฒนาหรือโปรแกรมเมอร์ อ่านต่อเรื่อง User Interface System Design

ในบทความนี้จะอธิบายในส่วนเฉพาะของการออกแบบ UX ที่มีผลต่อผู้ใช้งานและ Google นะครับ

โครงสร้างของ UX มีอะไรบ้าง

  • Visual Design: หน้าตาความสวยงาม เช่น บนเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น ฯลฯ
  • Usability: ความใช้งานง่าย สะดวก ความชัดเจนเรื่องข้อมูล ดีไซน์ ฟังก์ชันต่างๆ
  • Interactive Design: มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ในรูปแบบการตอบสนอง เช่น ความรวดเร็ว หน้าตาและการใช้งานที่สามารถใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ ทุก Device เช่น คอมพิวเตอร์ แทปเล็ท สมาร์ทโฟน (ทั้ง iOS, Android) หรือระบบปฏิบัติการอื่นๆ
  • Accessibility: การเข้าถึงได้ง่าย ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก เข้าใจได้ง่าย

โดยโครงสร้างดังกล่าวนี้จะเชื่อมโยงกับการเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้งานที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเรา ให้เขาสนใจ ใช้งานให้อยู่นานอยู่ทนและกลับมาใช้งานเป็นประจำเรื่อยๆ ไปชักชวนคนอื่นเข้ามาใช้ต่อ ด้วยเหตุผลที่ว่าเพราะมันตอบโจทย์ทั้งด้านความรู้สึกและเหตุผล

เว็บไซต์ที่ทำ SEO ดีอาจจะมีผู้ใช้งานมากก็จริง แต่ถ้าเว็บไซต์นั้น User Experience ไม่ดีจะส่งผลเสียต่ออันดับ SEO เป็นอย่างมาก เพราะสุดท้ายผู้ใช้ไม่ชอบ UX จึงมีผลต่ออันดับ SEO โดยตรง

ว่าด้วยเรื่องของประสิทธิภาพเว็บไซต์

ตลอดจนการใช้งานง่ายจริง เช่น ฟ้อนท์อ่านสะดวก สบายตา ปุ่มน่ากดซื้อดึงดูด อะไรก็ตามแต่ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนช่วยสร้าง Journey ให้ผู้เยี่ยมชมรู้สึกถูกอกถูกใจและสะดวกใจ ซึ่งมันเป็นผลดีต่อประสิทธิภาพ (Performance) ของเว็บไซต์เราเป็นอย่างมาก ตรวจสอบ performance เว็บไซต์

ค่า PA, DA มีผลกับประสิทธิภาพเว็บไซต์

เพื่อนๆ ที่เป็นมือใหม่อาจจะสงสัยอีกว่า แล้วค่า PA กับค่า DA เราจำเป็นต้องทดสอบด้วยหรือไม่ ผมขออธิบายสั้นๆ ครับว่า ค่า PA หรือ Page Authority คือ ค่าที่แสดงผลประสิทธิภาพ คุณภาพของหน้าเว็บเพจนั้นๆ ของเรา ส่วนค่า DA หรือ Domain Authority คือ ค่าแสดงความน่าเชื่อถือ วัดผลประสิทธิภาพคุณภาพของเว็บไซต์เราทั้งเว็บไซต์

ส่วนนี้ไม่ได้ถูกคำนวนโดย Google แต่เป็นของ MOZ Search Engine Software ซึ่งเขาสร้างขึ้นมาไว้เป็นเหมือนไม้บรรทัดวัดประสิทธิภาพให้เราทดสอบ เผื่อว่าใครอยากจะดู ซึ่งค่าที่ได้นั้นก็ช่วยให้เราเห็นคะแนนแล้วนำไปปรับปรุงได้ เพียงแต่อาจจะไม่ 100% เมื่อเทียบกับค่า PR (Page Rangking ) แต่ก็ใช้ได้ ตรวจสอบค่า PA และ DA

ในความเห็นของผม เมื่อเราให้ความใส่ใจกับคุณภาพของเว็บไซด์และเนื้อหา รวมถึงถ้าใครอยากจะวัดคะแนนว่าทำได้ดีหรือไม่ อยากให้ทุกคนให้ความสนใจกับค่า PR หรือ Page Ranking ของทาง Google มากกว่า

ซึ่งผลคะแนนของ PR นั้นถูกประมวณมาโดย google ที่จะคำนวนจาก backlink จากเว็บไซต์คนอื่นที่เชื่อมโยงลิงก์มาหาเรา แล้วถ้าเว็บไซต์นั้นมีค่า PR สูง ก็หมายความว่า เว็บไซต์ของเราก็จะมีผลพลอยได้ไปด้วยทำให้การมีคะแนนยิ่งสูงก็ยิ่งดี ทั้งนี้ในส่วนของการส่งเสริมค่า PR ให้สูงนั้นๆ เอาไว้คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังครับ เพราะมีหลายองค์ประกอบรวมกัน

ทิ้งเรื่องของ UX ไว้พอประมาณ ในหลายบทความที่เขียนไว้หากเพื่อนๆ อ่านจะทราบว่าจุดสำคัญของการทำ SEO ให้ติดหน้าแรกนั้น ควรให้ความสำคัญกับเนื้อหา (Content) และโครงสร้างของเว็บไซต์ (Structure) เป็นเรื่องแรกๆ ในส่วนของ On-page SEO โดยที่ทุกปัจจัยต้องควบคู่กันไป และแน่นอนว่า UX ที่ดีนั้นมีส่วนให้เกิด Traffic ที่ดีมีคุณภาพช่วยส่งเสริม Performance ของเราเข้าไปอีกเพราะมันสัมพันธ์กับการตลาด (Marketing)


ดูรูปแล้วเข้าใจง่ายใช่ไหม?

โครงสร้างของ UX Design

  1. Written: เรื่องของการสร้างเนื้อหา คอนเทนต์ ภาษาที่ใช้ในการเล่าเรื่อง การวางโครงสร้างเนื้อหา รูปแบบของภาษาต่างๆ ที่แน่นอนว่าควรเป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพตามที่ google เขาถูกใจและผู้อ่านชื่นชอบ อ่านเรื่อง UX Writer นักออกแบบภาษายุคดิจิทัล
  2. Graphic Design: ความสวยงามของหน้าตา การจัดวางเลย์เอ้าท์ รูปแบบตัวหนังสือ ขนาดตัวหนังสือ การเลือกใช้จับคู่สี จิตวิทยาการใช้สีให้คนรู้สึกแตกต่างไป
  3. Sound & Music: สำหรับบางเว็บที่มี ก็ต้องดูว่าควรแสดงผลอย่างไร ตรงไหน เริ่มต้นเมื่อไร จบตรงไหน
  4. Motion: ความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย Movement ต่างๆ ขององค์ประกอบในเว็บ ไม่ว่าจะเป็น Pop-up Fade Out, Fade In ของภาพประกอบ เนื้อหาต่างๆ
  5. Information Design: การจัดวางข้อมูลเนื้อหา ให้น่าอ่าน น่าสนใจ ไม่มากไป ไม่น้อยไป กระชับ ชัดเจน และที่สำคัญอย่าลืมเรื่ององค์ประกอบต่างๆ ของโครงสร้างเนื้อหาด้วยนะครับ 
  6. Interface Design: การเชื่อมโยง ความสะดวกสบาย ความน่าใช้งาน
  7. Interaction Design: การตอบสนอง ในเรื่องของความเร็ว ความลื่นไหล flow การใช้งาน
  8. Programing: ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ front-end, back-end, coding, data-based

พอจะรู้จัก UX กันแล้วเราก็จะมองภาพออกว่าควรจะทำอย่างไร ดีไซน์อย่างไร ทำอย่างไรกันไปบ้างพอสมควร ทีนี้กลับมาที่เรื่องของการสร้าง Content ซึ่งเรื่องของการทำให้เว็บไซต์ของเรามีคุณภาพที่ดี แล้วต้องทำยังไงล่ะ?

ผมขอยกตัวอย่างการสร้างตารางเนื้อหาแบบตารางที่เรามักจะพบในเว็บไซต์บริษัทและองค์กร หรือธุรกิจที่ต้องจำแนกข้อมูลยิบย่อยเยอะๆ เช่น ประกันภัย / รถยนต์ / อสังหาริมทรัพย์ / บริษัทจัดหางาน ฯลฯ

ตัวอย่างแรก : การสร้างข้อมูลตาราง (Tables) นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อหาเลยทีเดียวครับ เช่น ถ้าเนื้อหา บทความไหนจำเป็นต้องมีอ่ะนะ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะเหมาะกับเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเยอะๆ เพื่อแสดงสถิติ รายการเยอะๆ รายละเอียดต่างๆ เป็นตาราง

รวมถึงกลุ่มเว็บที่มีการจัดรวบรวมไฟล์ฐานข้อมูล (Data) ของลูกค้าด้วย อย่างที่ผมพยายามสอดแทรกและสร้างเนื้อหาของผมให้มีความน่าสนใจอยู่อย่างหลากหลาย เพื่อให้ไม่น่าเบื่อแล้วนั้น ผมยังอยากแนะนำอีกด้วยว่า ถ้าคุณอยากให้เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรกหรือติด Featured Snippets แล้วล่ะก็ ต้องรู้เรื่องนี้เลย

ชุดข้อมูลแบบตาราง (tables)
วิธีการอ่านข้อมูลของ google bot (คนด้วย)

โดยปกติแล้วคนทำสถิติ ข้อมูล มักจะสร้างเป็นตารางหน้าตาแบบนี้ จะว่าไปก็เหมือนหยิบยกมาจาก Excel เลย เกือบทุกคนครับจะคุ้นเคยกับรูปแบบนี้ในระดับหนึ่ง และมีเพื่อนๆ อีกหลายคนหลายอาชีพอีกเช่นกัน ที่อ่านค่าเหล่านี้ได้สบายๆ ไม่ตะขิดตะขวงใจ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรายังมีผู้เข้าชมเนื้อหาของเรา ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็จะไม่เข้าใจตารางบ้าง (เคยเทียบตารางผลประโยชน์ประกันภัยไหมครับ) แล้วเห็นชุดข้อมูลแบบแนวนอน มองหน้าทีหลังที มีแต่ตัวเลขจนปวดหัว ข้อมูลที่ดูแล้วใช้งานยากจับต้นชนปลายไม่ถูก

การสร้างข้อมูลให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นเป็น หน้าที่ของ UX ที่มีวิธีจัดการตารางให้ดูน่าสนใจทั้งจากผู้ใช้งานและ google bot ก็คือ การสร้าง Data Cards เพื่อนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ

ทำไมต้องใช้ Data Cards

  • ยืนหนึ่งเรื่องความเป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน
  • Google สามารถอ่านข้อมูลแบบแนวตั้ง ทำให้ประมวลผลได้รวดเร็ว
  • เราสามารถปรับแต่งและเน้นข้อความสำคัญด้วย การทำไฮไลท์สี การทำตัวหนา เพื่อให้สะดุดตาต่อผู้ใช้งานและ google เรียกอ่านข้อมูลได้ง่ายขึ้น
  • สามารถตั้งสถานะ หรือกำหนดรหัสข้อมูลเพื่อจัดเรียงอย่างเป็นระบบและหมวดหมู่
  • ใส่ภาพประกอบหรือ Rich media ได้
  • แก้ไขได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเพิ่มเติมข้อมูลหรือการค้นหา

นี่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ google ชื่นชอบและประมวลผลได้แบบง่ายดาย แน่นอนว่าเมื่อ AI เขาสแกนคำค้นหาเพื่อหาคำตอบ แล้วสะดุดเด๊ะ เป๊ะ ไปที่เนื้อหาของคุณอะไรจะเกิดขึ้นล่ะ ลักษณะก็เหมือนการทำข้อสอบจับเวลาเมื่อคุณต้องอ่านเนื้อหายาวถึง 3 หน้า A4 เพื่อตอบคำถามเพียงข้อเดียวไงล่ะ

ชุดข้อมูลการ์ด (data cards)

สิ่งที่จะช่วยทำให้คุณอ่านเนื้อหาและทำข้อสอบได้ทันเวลา ก็คือการดูว่าเขาถามอะไรแล้วคุณใช้สายตาสแกนหา keywords ที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์นำข้อมูลนั้นมาตอบ วิธีนี้เป็นเคล็ดลับหนึ่งที่ผมใช้และมันใช้ได้ผล! ไม่เสียเวลาและได้คำตอบที่ถูกต้องซะด้วย

ผู้ใช้งานและ google อ่านง่าย ส่งข้อมูลกลับเร็วกว่า

เหมือนกับที่เมื่อเราจัดเรียงข้อมูลและสร้าง Data Cards ไว้เป็นหมวดหมู่ และออกแบบให้ข้อมูลถูกเก็บเป็นชุดๆ เวลาที่ google bot วิ่งหาจากชื่อก็จะพบชื่อคนนั้นและข้อมูลทั้งชุด ความง่ายในการประมวลผลแบบนี้ มันจึงทำให้ชุดข้อมูลของคุณโดดเด่น สะดุดตาผู้ใช้งานและถูกดึงมาแสดงผลได้อย่างรวดเร็วขึ้นด้วย

คำถามว่าทำ UX ไปทำไม..หากเราอยู่ในธุรกิจที่แข่งขันสูงใครก็สามารถทำได้ สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเราแตกต่างก็คือเรื่องของประสบการณ์ในการใช้งานนี่แหละคือ “จุดขาย” ที่ทำให้ของเราแตกต่าง ลูกค้าอยากรู้จักมากขึ้น และคือหนทางสู่ชัยชนะในตลาดเมื่อเราทำ UX ได้ดี

อ้างอิง : uxmovement.com