Internal links ส่วนสำคัญในการทำ SEO ให้ติดหน้าแรก
Internal links หรือ ลิงก์ภายในเว็บไซต์ เป็นส่วนสำคัญในการทำ SEO บนเว็บไซต์เลยก็ว่าได้ มีหน้าที่เชื่อมโยงลิงก์ไปบนหน้าเพจต่างๆ บนเว็บเพจคุณ ช่วยสร้าง Traffic ภายในเว็บไซต์และทำให้ Google bot เข้าใจได้ว่าคุณกำลังทำเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และช่วยปรับปรุงคุณภาพเว็บได้ด้วย
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณจะปรุงอาหารแสนอร่อย ระดับมิชลินสักจานให้หรูเลิศ ถูกปาก ถูกใจทุกคน ก็ต้องมีส่วนประกอบของอาหารที่มีคุณภาพสูง กระบวนการ และทักษะฝีไม้ลายมือที่เฉียบ มากประสบการณ์ รวมถึงหน้าตาให้สวยงาม ตกแต่งให้ดูน่ารับประทาน ซึ่งทั้งหมดก็จะเป็นองค์ประกอบของเมนูเด็ดเช่นเดียวกัน
อะไรคือการทำ Internal links ล่ะ
แน่นอนว่ามันคือ ลิงก์ (links) ที่จะนำเข้าไปสู่หน้าเนื้อหาที่อยู่ภายในเว็บไซต์ของเรา หมายความว่า คุณกำลังจัดการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์อยู่ ก็ให้ใส่ลิงก์ต่างๆ (internal links) ภายในเว็บนั้นๆ เข้าไปนั่นแหล่ะ อันที่จริงมันก็ง่ายๆ แบบนั้นเลย แต่ภายใต้ความง่ายแบบนั้นแหล่ะ พี่หมีก็ไม่เข้าใจว่าทำไม หลายคนถึงได้มองข้ามความง่ายนั้น แล้วทำให้มันซับซ้อนมากยิ่งขึ้น (แต่ก็ไม่ได้ซันซ้อนเหมือนละครดราม่า)
เพราะการไม่มีแผนในการทำ internal links หยิบอะไรได้ก็หยิบมาเขียนบทความ โดยขาดการเชื่อมต่อโยง ขาดแผนผังที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันในส่วนเนื้อหานั้นๆ มันเลยทำให้การทำแบบนั้น ไม่เกิดประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้ internal links ที่ทำนั้น เหมือนกับว่าแทบไม่ช่วยอะไรในการลงมือทำครั้งนั้นเลย ในความเป็นจริง การทำ internal links ค่อนข้างสำคัญและเป็นตัวช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการไต่สู่อับดับต้นๆ ของหน้าแรกกูเกิ้ลได้อย่างมีแบบแผน และแน่นอนว่ามันช่วยให้มีทราฟิกมากขึ้น (Organic traffic) มากขึ้นถึง 40%
Tips : internal links ต้องมีความสัมพันธ์กัน รวมทั้งลิงก์นั้นต้องสมบูรณ์ ไม่มีลิงก์เสียและแน่นอนว่ามันสามารถตรวจสอบและแก้ไขได้ด้วยตัวเอง
วิธีตรวจ Internal links ง่ายๆ
- แก้ไขลิงก์เสีย ที่เปิดไม่ขึ้นหรือไม่มีเนื้อหาปลายทาง รวมทั้งระวังการใส่ชื่อลิงก์ปลายที่ผิด สะกดผิด หรืออะไรก็แล้วแต่
- เอาลิงก์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในหน้านั้นๆ ออกซะ เช่น เขียนเรื่องกาแฟ แต่ส่ง internal links ไปยังเนื้อหารีวิวเกม การเงิน หรือที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ให้เปลี่ยนการเชื่อมโยงใหม่ให้เนื้อหาสัมพันธ์กันแทน
สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มั่นใจ หรือกำลังหลงทางว่า internal link มีความสำคัญจริงไม๊ พี่หมีก็ขอขยายความสำคัญเพิ่มเพื่อให้เข้าใจแบบนี้ครับ
Internal link ช่วยให้ Google เจอเนื้อหาใหม่ๆ ของเรา
ทีนี้ลองสังเกตดูสิว่าก่อนหน้านี้ เมื่อได้เขียนบทความกันไปแล้ว ค้นหาเจอหรือไม่ keyword ปรากฎไหม ซื่งหากคำตอบคือไม่ นั่นก็อาจเป็นเพราะว่า หน้านั้นไม่ได้ปรากฎอยู่ใน sitemap รวมทั้งไม่มี backlinks แต่หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว แต่คุณมีการใส่ Internal link อย่างถูกต้อง มันก็จะช่วยให้ Google แสดงเนื้อหานั้นๆ ได้เหมือนกัน
จากที่ Google มักจะแสดงผลการค้นหาในบทความหรือเนื้อหาที่ Google รู้จัก หรือคุ้นเคย รวมทั้งยังจะเลือกแสดงผลหน้าอื่นๆ ที่ค้นเจอเมื่อ Google ค้นพบหรือได้เจอเนื้อหานั้นๆ และ links นั้นๆ ในบทความหน้าใหม่ๆ ซึ่งการที่มีการกำหนด internal links อย่างเป็นแบบแผน มีการเชื่อมโยงกัน ยังเป็นการกระตุ้นชี้ให้ Google รู้จักและทำความเข้าใจโครงสร้างของเว็บไวต์ได้ดีซะด้วย และแน่นอนว่ามันจะช่วยให้ PageRank ของคุณสูงขึ้นได้อีก รู้แบบนี้แล้วก็ไม่ใช่ว่ากระหน่ำใส่ internal links จนแน่นเอี๊ยดเหมือนยัดเยียดเข้าไป ทำแบบนั้นก็ไม่เกิดประโยชน์อีกครับ
ยิ่งทำให้ Google งงเข้าไปใหญ่ พี่หมีย้ำบ่อยมากๆ เลย เรื่อง “คุณภาพ” งานทำ SEO นี่ต้องบอกเลยว่า ละเอียดขั้นสุด สักแต่จะทำแบบลวกๆ ไม่เป็นธรรมชาติ แบบนั้นก็ไม่ได้นะครับ SEO ไม่ใช่ว่าใครจะทำได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น แต่ก็ไม่ยากที่คุณจะเรียนรู้และพัฒนาเพื่อลงมือทำให้ถึงเป้าหมายของคุณได้ ก็ยังโยงกลับไปที่อาหารจานโปรด ทำมาเยอะๆ แต่ไม่อร่อย ปรุงรสไม่ได้เรื่อง หน้าตาก็ไม่น่ากิน … คงไม่มีใครกินลงหรือกินนะแต่กินไม่หมดอะไรแบบนั้นเลย เราอาจจะเรียกการทำ SEO ว่ามันเหมือนกับทำ “โอมากาเสะ” ที่พร้อมเสริฟอย่างถูกกระบวนการ เริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย ตบท้ายด้วยเมนูหลัก มีการคัดคุณภาพอย่างดี พิถีพิถันทุกขั้นตอนนั่นเอง
Google เริ่มให้ความสนใจกับลำดับของ PageRank ตั้งแต่ปี 2016
การวางแผนการเลือกใช้ internal link มีความสำคัญควบคู่ไปกับการวางแผนการทำเว็บไซต์ sitemap แผนงานต่างๆ ในแต่ละขั้นตอนก็ควรจะเชื่อมโยงกัน รากฐานดี เนื้อหาที่มีความสำคัญมากที่สุด ก็เลือกให้เป็นแกนและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องก็เชื่อมโยงในลำดับต่อๆ ไป หากจะพูดให้ชัดเจนเห็นภาพ การที่กำหนดให้
- หน้าแรก (homepgae) สำคัญที่สุด ก็เป็นหลักที่ถูกต้อง ลำดับต่อไปก็จะเป็น
- เกี่ยวกับ (about us)
- บริการ (service)
- สินค้า (products)
- บทความ (blog) และ
- หมวดหมู่อื่นๆ ที่คุณกำหนดขึ้น
และที่สำคัญหลีกเลี่ยงการ links หน้าต่างๆ ให้สำคัญกันทั้งหมด (Silo) เว็บไซต์ที่ดีในแต่ละหน้า ก็เสมือนโอมากาเสะ (ตอนนี้คงยืนยันแล้วว่าตอนพี่หมีกำลังเล่าอยู่นี้ พี่หมีหิวมากจริงๆ ครับ) มีออเดิฟ มีเมนคอร์ส ทุกส่วนเชื่อมโยงกันอยู่ภายใต้คอนเซปต์เดียวกัน แต่มีความสำคัญที่แตกต่างกัน อย่างเช่น การทำบทความ SEO ก็ควรจัดกลุ่มหมวดหมู่หลัก และเนื้อเรื่องย่อย ให้เป็น content silo เช่น
ถ้าเราเขียนเว็บไซต์เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ความสำคัญหลักก็คือประเทศญี่ปุ่น แล้วแบ่งเนื้อหาไปตาม > ภูมิภาค > จังหวัด > เมือง > สถานที่
แน่นอนว่าการทำ Content silo หรือการจัดกลุ่มลำดับความสำคัญแบบนี้ ช่วยให้ง่ายต่อการเข้าถึง เป็นระบบ ซึ่งก็ทำให้การเข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ซับซ้อน AI หรือการหยิบเนื้อหาขึ้นมาได้ง่าย รวมถึงยังช่วยสร้าง user experience ได้ดี การวางแผนใช้ internal links เข้ามาช่วยจัดลำดับเนื้อหาในการขยายความก็จะถูกสร้างขึ้นมาอย่างเป็นระเบียบ และนั่นจึงทำให้ Google เข้าใจได้ง่ายและแสดงผลเนื้อหาของคุณได้เร็วมากยิ่งขึ้น
เพื่อนๆ อ่านมาถึงตรงนี้เริ่มเห็นความสำคัญกันแล้วใช่ไหมครับ ^^
ตรวจสอบว่า intenal links นั้นมีคุณภาพดีพอแล้วหรือไม่
การตรวจสอบ internal links ต้องบอกเลยว่าสามารถทำได้ พี่หมีใช้ Ahrefs SEO Toolbar ซึ่งเป็นส่วนเสริมของ Goolge Chrome มันจะแสดงข้อมูลให้เห็นได้ว่า ประสิทธิภาพของแต่ละหน้าเป็นอย่างไร มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน มีการใช้ข้อมูลซ้ำหรือไม่ เนื้อหามีคุณภาพมากพอแล้วหรือยัง องค์ประกอบต่างๆ ของการทำ SEO อย่างมีคุณภาพนั้นเป็นอย่างไร ก็เรียกว่า คือการตรวจสุขภาพเว็บไซต์เพื่อทำการแก้ไขได้อย่างตรงจุด และในคราวหน้าพี่หมีจะมาเล่าให้ฟังต่อในเรื่องของการใช้เครื่องมือตรวจสอบแบบละเอียด ส่วนเครื่องมือนี้พี่หมีมีเขียนไว้ให้อ่านตรงนี้ ตรวจสอบเว็บไซต์ด้วย Ahrefs SEO Toolbar
สรุป : ทุกครั้งที่เราสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ เขียนคอนเทนต์ ควรใส่ Internal links และ external links เพื่อให้ Google bot ทราบที่มาที่ไปของเนื้อหาและสร้างความเชื่อมโยงให้กับเว็บไซต์ของเราจากแหล่งข้อมูลอื่นที่เชื่อถือได้ เพราะมันช่วยให้คุณภาพเว็บไซต์เราดีขึ้นด้วยครับ
พี่หมีฮาร์ดเซลล์

Adisorn Kaewchansilp (พี่หมีฮาร์ดเซลล์)

