หรือว่า SEO บน AI Search จะเป็นได้เพียงของเล่น ในปี 2026

ทำ SEO ติด AI Search

กระแส AI FOMO (Fear of Missing Out on AI) หรือกระแสกลัวตกรถ เรื่องปัญญาประดิษฐ์ ในช่วงนี้เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่ามันมีความชัดเจนและเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร โดยปัจจัยเหล่านี้มีทั้งด้านบวกที่กระตุ้นการพัฒนา และด้านลบที่ยังน่ากังวลอยู่

มุมมองต่อกระแส AI FOMO เชิงบวก

  • กระตุ้นการเรียนรู้ – ความกลัวที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังทำให้ผู้คนตื่นตัว เริ่มศึกษาเรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI มากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาทักษะใหม่ Upskill & Reskill ที่จำเป็นต่อเครื่องมือเหล่านี้ในอนาคต
  • การลงทุนและนวัตกรรม – หลายบริษัทลงทุนมหาศาลในการพัฒนาและนำ AI มาใช้ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน – แน่นอนว่า AI จะเข้ามาช่วยในกระบวนการทำงานสามารถ เพิ่มความเร็วในการทำงาน อำนวยความสะดวกต่างๆ โดยเฉพาะเรื่อง Data ข้อมูล และความสามารถใหม่ๆ ที่ไม่เคยมี เช่น Video Editor, Sound Engineer, Copywriter เป็นต้น

มุมมองต่อกระแส AI FOMO เชิงลบ

  • การตัดสินใจที่เร่งรีบ ไม่รอบคอบ – ความกังวลว่าจะพลาดโอกาสอาจทำให้องค์กรตัดสินใจลงทุนหรือนำ AI มาใช้โดยขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เช่น การลงทุนที่อาจไม่ให้ผลตอบแทน หรือไม่คุ้มค่า จนนำไปสู่การขาดทุน หรือการนำไปใช้ที่ไม่เหมาะสมกับงาน
  • ความวิตกกังวล – ผู้คน พนักงาน รู้สึกกดดัน วิตกกังวลว่างานของตนจะถูกแทนที่ด้วย AI ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ความมั่นคงในหน้าที่การงาน อาชีพสาขาต่างๆ
  • การมุ่งเน้นไปที่ประโยชน์ระยะสั้น – ถ้ามองในระยะสั้นของการใช้ AI ทำให้เรามองข้ามความเสี่ยงระยะยาว เช่น ปัญหาด้านจริยธรรม ความเป็นส่วนตัว หรือผลกระทบทางสังคม หรืออย่างเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ การเงิน ชีวิต ทรัพย์สิน ที่เริ่มมีการไม่ให้ AI ให้คำแนะนำแล้ว
  • กลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี หรือขาดการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล

ทำไม SEO บน ChatGPT แสดงผลเยอะมาก แต่อัตราคลิกต่ำ (CTR =0%)

ข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ที่ควรรู้ จากการ Leak ไฟล์ของ ChatGPT สัดส่วนของข้อมูลการตอบตรง (Main Respose) มีจำนวนการแสดงผลที่ค่อนข้างสูงมาก เรียกว่า Impressions สูง แต่อัตราการคลิก (CTR) ต่ำมาก เช่น

  • หน้าแสดงผลมี Impressions ประมาณ 610,775 ครั้ง
  • ทำให้เกิดคลิกประมาณ 4,238 ครั้ง คิดเป็นอัตราการคลิกที่ 0.69%
  • ส่วนใหญ่ของเว็บไซต์ที่ปรากฏใน ChatGPT มี CTR ต่ำกว่า 0.1% หรือ 0%
  • จากสถิติรายงานพบว่า 75% ของ Session ใน AI Mode จบโดยไม่คลิกไปที่เว็บไซต์ภายนอกต่อ
  • แม้จะมีรายงานที่บอกว่า แบรนด์ที่มีเนื้อหาชัดเจน ได้รับทราฟิกจาก ChatGPT / AI Search (edicational, Course, Background) แต่ก็ไม่สามารถระบุ Conversion rate, Click throug rate ได้
  • ถ้าคุณหวังให้ ChatGPT จะเป็นแหล่ง Oranic Traffic แทนการค้นหาแบบ Organic Search ของ Google อาจจะคาดหวังไม่ได้ เพราะการแสดงผลในปริมาณมากก็จริง แต่ผู้ใช้งานแทบจะไม่คลิกต่อเลย
leaks GPT

ที่มา : AEO GEO Bechmarks Report, Vincent Terrasi

chatgpt search

ผลการค้นหา SEO ที่ได้จาก ChatGPT หรือที่ปรากฏในหน้าสรุปของ AI Overviews นั้นมีจำนวนการแสดงผล (Impressions) ที่สูงก็จริง แต่อัตราการคลิกผ่าน (Click-Through Rate) ต่ำ เกิดปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน

อัตราการคลิกผ่านที่ต่ำ (CTR) เกิดจากอะไร

1. ผู้ค้นหาหรือผู้ใช้งาน ได้คำตอบที่ต้องการโดยตรง

สาเหตุหลักที่สุดของปัญหา AI ถูกออกแบบมาเพื่อตอบคำถามของผู้ใช้โดยตรงและครบถ้วนภายในย่อหน้าแรก หรือหน้าแชทของผลการค้นหาเลย ผู้ใช้ส่วนใหญ่จึงได้รับข้อมูลที่ต้องการโดยไม่ต้องคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ต้นทางอีก

2. เจตนาของผู้ใช้ (User Intent) แตกต่าง

  • ใน Google Search – ผู้ใช้ส่วนใหญ่มีเจตนาที่ชัดเจนในการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการดำเนินการบางอย่าง เช่น ซื้อสินค้า เปรียบเทียบราคาสินค้า หาข้อมูลแบบเจาะลึกในแง่มุมต่างๆ ความคิดเห็น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จำเป็นต้องเข้าชมเว็บไซต์
  • ใน ChatGPT หรือ AI Search – ผู้ใช้จะถามคำถามทั่วไป หรือต้องการข้อมูลสรุปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการหาข้อมูล (Early Stages of Buyer Journey) ทำให้มีอัตราการคลิกไปยังแหล่งข้อมูลในเว็บไซต์ต่ำมาก

3. รูปแบบการแสดงผลที่แตกต่าง

  • Google Search – แสดงผลเป็น “ลิงก์สีน้ำเงิน” และ “ตัวหนา” ที่กระตุ้นให้เกิดการคลิกได้มากกว่า
  • ChatGPT & AI Overviews – ข้อมูลถูกนำเสนอในรูปแบบบทสรุปที่เป็นข้อความยาว ลิงก์ที่อ้างอิงจะอยู่ด้านล่างข้อมูล และถูกมองข้ามได้ง่าย ไม่โดดเด่นเท่าลิงก์ในหน้าผลการค้นหาปกติ

4. การนับ Impressions ที่แตกต่างกัน

ในบางแพลตฟอร์ม (เช่น Google AI Overviews) การนับ Impression อาจเกิดขึ้นเพียงแค่ลิงก์ปรากฏในส่วนที่ผู้ใช้ต้องเลื่อนหรือขยายเพื่อดู เช่น scroll down, expand into view ซึ่งทำให้ตัวเลข Impression สูง แต่ผู้ใช้จริงไม่ได้เห็นหรือสนใจคลิก

AI จึงมีหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องมือ “ให้คำตอบสำเร็จรูป” ความจำเป็นในการคลิกเพื่อเข้าถึงเว็บไซต์จึงลดลงอย่างมาก แม้การแสดงผลจะเยอะ (AI ดึงข้อมูลจากหลายแหล่งมา) แต่ CTR% กลับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เมื่อเทียบกับบน Google Search ปกติ

ปรับกลยุทธ์แก้เกมด้วย AI-Citation Friendly Content

เราสามารถปรับเนื้อหาบนเว็บไซต์ ให้ใช้โครงสร้างนี้เพื่อเพิ่มโอกาสถูกอ้างโดย AI และให้ Traffic มีคุณภาพมากขึ้นได้เช่นกัน เราอาจเรียกว่า Brand Citation ก็ได้ครับ

Citation คืออะไร

Citation คือ การถูกกล่าวถึงชื่อแบรนด์ หรือธุรกิจของคุณบนเว็บไซต์อื่นๆ ที่อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับธุรกิจคุณ และไม่จำเป็นต้องมีลิงก์ย้อนกลับ กล่าวคือ Backlink คือ ลิงก์ที่เป็นแหล่งอ้างอิงแบบมีลิงก์ย้อนกลับมาที่เว็บไซต์ แต่ Citation คือ การอ้างอิงด้วย เนื้อหา ข้อความ ชื่อแบรนด์ สินค้าหรือบริการ

ตัวอย่างเช่น : คอร์สเรียน SEO Expert by พี่หมีฮาร์ดเซลล์ สำหรับผู้ที่สนใจเป็น SEO Specialist

ประโยคนี้ เมื่อไปอยู่บนเว็บไซต์อื่นที่มีคนเข้าถึง มีผู้ใช้งานจริง แม้จะไม่มี Backlink เพื่อส่งกลับมาที่เว็บไซต์ ให้คุณค่าแต่ก็ถือว่าเป็น การพูดถึงแบรนด์โดยผู้อื่น เป็นการสร้าง Citation โดยปริยาย

Citation สำคัญอย่างไร

  1. เป็นแหล่งอ้างอิงให้ AI Search ต่างๆ เพื่ออ้างอิง พูดถึงคำตอบแหล่งที่มาที่ถูกต้อง ชัดเจน
  2. เป็นสัญญานหนึ่งที่ช่วยบอกว่าเนื้อหานั้น มีคุณภาพตามหลัก E-E-A-T ของ Google
  3. จำนวนของการพูดถึงในแต่ละเว็บไซต์ จะช่วยให้ AI เข้าใจว่าเราคือแหล่งข้อมูลที่มีคุณภาพสูง

โครงสร้างที่ดีสำหรับเนื้อหา AI-Citation Friendly

1. กำหนดหัวข้อ + คีย์เวิร์ดคำถามที่ผู้ใช้งาน AI อาจถาม เช่น

  • วิธีเลือกรองเท้าวิ่ง สำหรับผู้เริ่มต้น
  • ข้อควรรู้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์..
  • คำถามควรชัดเจน เช่น How to, What are The, Why เป็นต้น

2. โครงสร้างเนื้อหาแบบ Q&A หรือแบบรายการ (list)

  • เริ่มต้นด้วย H2 เป็นคำถามที่ AI มักได้รับ และตอบด้วย H3 ที่เป็นรายการย่อย
  • ใช้ bullets หรือ numbered list เพื่อความชัดเจน (AI ชอบโครงสร้างชัดเจน)
  • เช่น H2 – ทำไมรองเท้าวิ่งถึงสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้น / H3 – 1. พื้นรองรับแรงกระแทก / H3 – 2. น้ำหนักเบาเหมาะกับการใช้งาน
  • แทรก Schema Mark-up ถ้าเป็นไปได้ให้เป็น FAQ Page, How to Page เพื่อให้ AI เข้าใจง่าย

ให้ข้อมูลที่ “อ้างอิงได้” และน่าเชื่อถือได้

  • ใส่ลิงก์อ้างอิง (External link Sources) หรือข้อมูลสถิติที่ชัดเจน
    • ถ้าเป็นแบรนด์ ให้ใส่ ลูกค้าที่มีชื่อเสียง มีการพูดถึง (Notable Clients) หรือรางวัลต่างๆ (Awards) ใบรับรอง (Certifications) ปีที่ดำเนินงาน (Years Active) ในรูปแบบ bullet list ที่ปรับคอนเทนต์เพื่อให้ ChatGPT อ้างถึงได้
    • ใช้ชื่อแบรนด์, บุคคล, องค์กร (entity) อย่างชัดเจน เพื่อช่วย AI สร้างการอ้างอิง

เชื่อมโยง Brand กับ Entity และหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

  • ยืนยันว่าเว็บไซต์ของคุณมี ข้อมูลแบรนด์ ครบถ้วนตั้งแต่ ชื่อแบรนด์ หมวดสินค้าและบริการ จุดเด่น และเงื่อนไขต่างๆ
  • ใช้ Schema Markup เช่น Organization, Brand, Product เพื่อช่วยระบบ AI เข้าใจได้มากที่สุด
  • สร้างเนื้อหาที่เกี่ยวกับหัวข้อที่แบรนด์เชี่ยวชาญ ที่ทำให้ AI มองว่าแบรนด์คุณ คือ “แหล่งข้อมูลเชื่อถือได้”

ติดตาม และวัดผลลัพธ์

  • ตรวจสอบว่าแบรนด์คุณถูกอ้างใน AI ตอบคำถาม/สรุปไหม เช่น ใช้เครื่องมือจาก LLMrefs เพื่อเช็ก citations ของแบรนด์ใน LLM.
  • ตั้ง KPI ใหม่: เช่น “จำนวน citations ใน AI ตอบ”, “traffic จาก AI”, “conversion จาก AI”
  • ทำการทดสอบ (A/B test) เช่น เปรียบเทียบหน้าเนื้อหาที่ออกแบบให้ AI‐friendly กับหน้าแบบปกติ
สนใจทำ SEO / เรียน SEO ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
the white marketing

Adisorn Kaewchansilp (พี่หมีฮาร์ดเซลล์)

เจ้าของ The White Marketing / SEO Expert by พี่หมีฮาร์ดเซลล์ SEO เอเจนซี่เล็กๆ และครีเอทีฟโฆษณา รักการถ่ายภาพ รีวิวคาเฟ่ ชื่นชอบญี่ปุ่น 🇯🇵
the white marketing

Adisorn Kaewchansilp (พี่หมีฮาร์ดเซลล์)

เจ้าของ The White Marketing / SEO Expert by พี่หมีฮาร์ดเซลล์ SEO เอเจนซี่เล็กๆ และครีเอทีฟโฆษณา รักการถ่ายภาพ รีวิวคาเฟ่ ชื่นชอบญี่ปุ่น 🇯🇵