อัพเดท 8 เทรนด์การตลาดดิจิทัล 2021 ที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาด

มัดรวม! 8 เทรนด์การตลาดดิจิทัล ที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาดในปี 2021

ความน่าตื่นเต้นของเทรนด์การตลาดดิจิทัล ไม่ได้มีเพียงความใหม่ของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นความท้าท้ายในทุกช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมทุกหมวดแข่งขันกันอย่างดุเดือด บทความนี้รวบรวมสุดยอด 8 เทรนด์การตลาดในปี 2021 ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ทุกคน “เอาตัวรอด”

ดิจิทัลเทรนด์

ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อสู้กับกระแสโลกและเศรษฐกิจที่ยังดูเหมือนว่าจะยัง “ไม่มั่นคง” เอาเสียเลย บอกตามตรงธุรกิจในสมัยนี้ เราจะอืดอาดคิดช้าทำช้าก็ไม่ทันเสียแล้ว “การปรับตัวไม่ทัน” เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ “อยู่รอด” ยากขึ้นและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้นกับทุกอุตสาหกรรมในปี 2021 อย่างไม่ต้องคาดเดา

การตลาดดิจิทัลยุคใหม่ด้วย 8 พัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง

แนวคิดของ Charles Darwin “Digital Darwinsim” คือก้าวแรกสู่ Digital Transformation พฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีการตลาด กลยุทธ์ในรูปแบบเดิมๆ ที่ไม่ปรับตัวอะไรเลยก็จะอยู่ยาก

“It is not the strongest of the species that survives, Not the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.”

Charles Darwin

สิ่งที่คุณจะได้อ่านจากนี้ไปคือ “เทรนด์การตลาดดิจิทัลที่ต้องจับตาในปี 2021” ที่ไม่ใช่แค่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด แต่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในตลาดยุคใหม่ที่มีนวัตกรรม (Innovation) เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมากมายเหลือเกิน

1. Arttificial Intellegent (AI)

1.1 Artificial Intellegent program

ปีนี้เราเห็นวิวัฒนาการอย่างมากสำหรับธุรกิจทั่วโลกที่นำ AI เข้ามามีบทบาทในธุรกิจ อย่าง Microsoft และ Uber ก็ผลิตเจ้าหุ่น Knightscope K5 มาใช้ในการลาดตระเวน ตรวจพื้นที่เพื่อป้องกันอาชญากรรมแถมเจ้าหุ่นตัวนี้ยังสามารถบันทึกและมองเห็นป้ายทะเบียนรถได้อย่างชัดเจน

เมื่อเห็นสิ่งแปลกปลอมหรือเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ก็สามารถแจ้งข้อมูลแก่เจ้าของได้ทันที ซึ่งผู้ประกอบการสามารถแจ้งความประสงค์ในการขอเช่าได้ในราคาประมาณ 7 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นอัตราแรงงานค่าจ้างปกติ

“Harvard Business Review” ยังระบุอีกว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองอย่างมอง เพราะนอกจากจะมีความสามารถหลากหลายแล้วเหมาะกับอีกหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร อุตสาหกรรม ฯลฯ

โดยภายใน 10 ปีนี้ ยังจะช่วยเพิ่ม GDP ทั่วโลกให้โตขึ้นได้ถึง 14% ซึ่งทำให้น่าจับตามองว่า หากคุณต้องการลดต้นทุนด้วยการนำ AI เข้ามาใช้กับธุรกิจของคุณก็เป็นเรื่องที่ดี

และหากคุณจะเป็นผู้พัฒนา AI ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ประกอบการรายอื่นได้นำไปใช้ ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่เห็นอนาคตได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

• เหตุผลสำคัญที่ธุรกิจควรใช้ AI

  • จากผลสำรวจพบว่า 84% ทำให้ธุรกิจเหนือกว่าคู่แข่ง
  • 75% ช่วยให้ต่อยอดธุรกิจได้
  • 75% ใช้ AI ในการวางแผนการตลาดได้อย่างแยบยล
  • 69% มีแนวโน้มที่คู่แข่งจะใช้ AI ในธุรกิจเช่นกัน
  • 63% ช่วยลดต้นทุนการจ้างพนักงาน
  • 61% มีแนวโน้มที่ Suppliers ก็ใช้ AI ในการผลิตและให้บริการแก่ธุรกิจ
  • 59% กลุ่มลูกค้ายินดีและเปิดรับหากธุรกิจใช้ AI ในการดำเนินการ

1.2 AI ทำอะไรได้บ้าง

นอกจากจะเป็นนวัตกรรมแล้ว AI ยังช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียในแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อให้คุณนำมาวางแผนกลยุทธ์การตลาดได้อย่างดีเยี่ยม โดยสิ่งเหล่านี้จะทำให้การตลาดออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่าย สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น มาทำความรู้จักกันว่ามีอะไรบ้าง

aichatbotdeeplearning

1.3 Chatbots

ผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจที่ทำการตลาดออนไลน์คงจะคุ้นหูกันดี เพราะฟังก์ชันนี้ยังมีการสนับสนุนใน Facebook API เพื่อใช้ในการโต้ตอบเวลาที่คุณไม่สะดวก การรับออเดอร์ ปิดการขายรวมถึงตั้งค่าต่างๆ ให้ AI ทำได้เสมือนคุณเป็นแอดมิน

แต่ทั้งนี้ความไม่ถนัด ไม่พอดีและยังไม่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้ ปัญหาที่ตามมาของ Chatbots ประโยคสนทนาไม่ราบรื่นทำให้ลูกค้าบางกลุ่มเลือกที่จะเลี่ยงทำการซื้อสินค้า

รู้หรือไม่ว่ามีหลายธุรกิจอย่าง “Mastercard” เองก็ใช้ Chatbots ในการให้ข้อมูลแก่ลูกค้าต่างๆ ที่มีการสอน ฝึกหัดให้ AI ตอบคำถามได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่ง Chatbots นั้นก็ได้ถูกประมวลผลจากข้อมูลพฤติกรรมของผู้สนใจเองว่าควรตอบอะไร แบบไหน อย่างไรและยังสามารถให้คุณทำธุรกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมง

AIchatbotdeeplearning

ขณะนี้ AI กำลังได้รับการพัฒนาให้สามารถปิดการขายด้วยตัวเอง การเสนอการให้บริการหลังการขายได้เองอีกด้วย นับเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปได้ง่ายยิ่งขึ้นและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น ในอนาคตเราจะเห็นว่า AI มีความสามารถที่ช่วยในการสื่อสาร แนะนำสินค้าให้แก่ลูกค้าได้ สร้างเนื้อหา (Content) ก็ได้ และยังส่งอีเมลได้พร้อมทั้งนำไปสู่การทำธุรกรรมผ่าน E-commerce ได้อีกด้วย

facebook ads automation

1.4 Programmatic Advertising

ปัญหาการซื้อโฆษณาแล้วหากลุ่มเป้าหมายไม่เจอ จ่ายไปเท่าไหร่ก็ไม่โดน เสียค่าโฆษณาแพงมหาศาลแต่สิ่งที่ได้กลับมาไม่คุ้มทุน ไม่รู้จะยิงไปที่ไหน ยิงยังไงให้ขายได้

นี่เป็นคำตอบหรือสูตรสำเร็จที่ง่ายแสนง่ายแถมยังแม่นยำซะด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยให้คุณ Bidding ได้แบบเรียลไทม์ มันยังช่วยลดต้นทุนการซื้อโฆษณาคุณไม่ต้องปวดหัวกับค่าโฆษณาที่แพงหรือสเกลโฆษณาที่ใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์จะควบคุมได้

ในสหรัฐอเมริกาแพลตฟอร์ม Facebook เองมีธุรกิจที่ใช้ AI นี้ในการจัดการกับโฆษณาถึง 86.2%

• ขั้นตอนการทำงานของ AI Advertising

  1. ถ้ามีใครสักคนคลิกมาที่หน้า Webpage
  2. โฆษณาจะแสดงขึ้นมาให้เห็นเพื่อเร้าให้เกิดการเข้าดู
  3. เริ่มประมวลผลเพื่อทำการประมูลตำแหน่งที่เหมาะสม
  4. เราก็จะได้ข้อมูลว่าตำแหน่งไหนของโฆษณาที่เหมาะสมกับเราพร้อมเสนอราคามาให้ด้วยเลย
  5. โฆษณาเราก็จะเผยแพร่สู่สายตาของกลุ่มที่ (คาดว่า) เป็นลูกค้าของเรา
  6. เมื่อเขาคลิกโฆษณา..ก็มาเริ่มเข้าสู่การขายและปิดการขาย

หากว่ามีโฆษณาตัวไหนที่ AI กำลังเรียนรู้หรือว่าเราตั้งค่าไม่ให้ Bidding เกินกว่าที่กำหนดไว้ มันก็จะสามารถปิดโฆษณาชุดนั้นและเปิดโฆษณาชุดใหม่ที่เตรียมไว้ให้ทันที ซึ่งเร็วกว่ามนุษย์แน่นอน

conversation marketing

1.5 Conversation Marketing

พูดถึง Chatbots ไปแล้ว จะไม่พูดถึงบทสนทนาอันนำไปสู่การซื้อขายก็คงจะไม่ได้ และนี่เป็นสิ่งที่คุณต้องหันมาให้ความสนใจ เพื่อตอบคำถามข้อสงสัยได้ทันที เพราะ 82% ของผู้บริโภค มักจะไม่ชอบรอ (จากงานวิจัยโดยเฉพาะโซนเอเชีย)

มันจะดีไม่น้อยหากถามแล้วได้คำตอบที่ชัดเจนทันที การที่ลูกค้าทักเข้ามาถามนั่นแสดงให้เห็นว่าเขามีความสนใจในธุรกิจแล้วล่ะ ด้วยเหตุผลอะไรจะปล่อยช่องว่างนั้นให้เขาหนีหายไปล่ะ จริงไหม?

รูปแบบการสื่อสารที่จะช่วยให้การขายของเป็นเรื่องที่ง่ายมากยิ่งขึ้น มีมิตรภาพและสร้างความจูงใจ โดย AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้คุณเลือกใช้รูปประโยคในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่คุณอาจวิเคราะห์เพียงแค่อายุ อาชีพ การศึกษา คำถาม แต่นี่จะเป็นการวิเคราะห์ดึงข้อมูลที่มากขึ้นกว่าเดิม

การได้สื่อสารกับลูกค้าอย่างเป็นธรรมชาติและเป็นมิตรมากที่สุด จะเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายได้มากยิ่งขึ้นและยิ่งมีโอกาสทวีคูณในการที่เขาจะกลับมาซื้อซ้ำ หรืออยากได้เมื่อไหร่ คุณจะเป็นอันดับแรกในใจเขาเลยเชียวล่ะ

conversationAI

1.6 Automation & AI

Marketing automation เหมาะมากๆ สำหรับการใช้ในการสนับสนุนการขายให้ธุรกิจของคุณเกิดรายได้ขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้จัดระบบ CRM เฟ้นหากลุ่มลูกค้า ฯลฯ นับว่าเป็นเครื่องมือที่น่าลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่ดีในอนาคต ทีนี้หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่า..เครื่องมือนี้มีการทำงานยังไง

เจ้า Automation นี้มันจะช่วยให้คุณสร้างสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ด้วยการส่งคอนเทนต์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความชื่นชอบของเขา โดยระบบ AI จะคำนวนให้ว่าคนๆ นั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าของคุณหรือไม่ และวิเคราะห์พฤติกรรมของเขามาแล้วเขาชื่นชอบคอนเทนต์แบบไหน ซึ่งทำให้คุณสร้างฐานลูกค้าได้ในวงกว้างขึ้นกว่าเดิม โดยที่เข้าหาได้อย่างถูกจุดและจับใจในเวลาอันรวดเร็วและไม่ต้องเสียเวลาเหมือนแต่ก่อน

อย่าลืมว่าปัญญาประดิษฐ์จะไม่เกิดผลดีเลยหากขาดปัญญาของเรา เพราะฉะนั้นทีมของคุณก็ต้องมีการวางแผน วางกลยุทธ์ให้ข้อมูลอยู่ในระดับที่ดีเหมือนกัน เริ่มต้นด้วยตัวเองแล้วนำเครื่องมือเหล่านี้มาช่วยเสริมเข้าไป ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งได้ ซึ่งมีซอฟต์แวร์หลายตัวที่ให้บริการ เช่น ActiveCapaign, MailChimp, HubSpot โดยระบบจะคำนวนและสร้างกระบวนการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงได้อย่างหลากหลาย อาทิเช่น

  • การค้นหาด้วยเสียง (Voice Search)
  • แนะนำเนื้อหาให้กลุ่มเป้าหมายอัตโนมัติ นำไปสู่หน้าเว็บไซต์ที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
  • เพิ่มโอกาสการขาย
  • ดีไซน์รูปแบบประโยคการสนทนาให้ขายได้ด้วยตัวเอง
  • กำหนดกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่องทาง
  • ปรับปรุงเนื้อหาให้มีประสิทธิภาพ
  • สร้าง Thank you เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความประทับใจหลังใช้บริการ
  • เก็บข้อมูลแคมเปญได้อย่างเข้าใจง่ายเพื่อนำมาใช้ในภายหลัง
  • ช่วยสร้างแคมเปญที่น่าสนใจ ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย
  • ลดต้นทุนและประหยัดเวลาในการทำงาน
AR MARKETING 2021

1.7. Innovation Trend

• Augmented Reality (AR) & Inmmersive Technologies

นี่คือยุคแห่งเทคโนโลยีแล้วจะรอช้าทำไม ในเมื่อคุณต้องสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการประยุกต์นวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้กับแบรนด์ให้จงได้เพื่อสร้างความประทับใจ ตื่นเต้นและอยากเข้าหาของกลุ่มเป้าหมายได้

อย่างการนำ Augmented reality (AR) มาใช้มันช่วยเพิ่มประทับใจได้ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัยพ์ชื่อดังของไทย ที่ใช้เทคโนโลยีนี้เข้ามาร่วมด้วยในการเปิดตัวคอนโดใหม่ ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดีและแน่นอน เมื่อเราทำให้เขาเห็นเป็นภาพที่มีความเหมือนจริงมากเท่าไหร่ โอกาสที่เขาจะยอมพร้อมใจควักกระเป๋าจ่ายและมาเป็นลูกค้าของคุณก็เป็นไปได้ง่ายมากขึ้น

2. Intent-Based Marketing

ContentMarketingTrends 2021

2.1 Content Marketing Continues to Dominate SEO

ทาง Google Inc. ได้อัพเดตอัลกอริทึมใหม่ทำให้สามารถใช้ระบบ BERT (Bidirectional Encoder Representations from Transformer) ที่ทำให้เข้าใจภาษามนุษย์แบบธรรมชาติหรือพวกศัพท์แสลง คำพิมพ์ผิด คำเรียกต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้นและที่สำคัญคือ “รู้เจตนาของผู้ค้นหา” (Intent Search)

seosearchtrend

เมื่อ google เข้าใจรูปประโยคของคำถามและเจตนาในการค้นหา เช่น ภูเก็ตร้านไหนขนมจีนอร่อย ระบบนี้ก็จะประมวลคำตอบมาให้ หมายความว่า หากเนื้อหาของคุณอยู่ในลักษณะที่เอื้อต่อการตอบคำถามเหล่านี้

กล่าวคือตรงกับเจตนาผู้ใช้งานที่ค้นหาอยู่ ก็จะทำให้เว็บไซต์หรือเนื้อหาของคุณถูกแสดงขึ้นมาเป็นลำดับแรกๆ มากกว่าเนื้อหาที่เป็นข้อมูลทั่วไป

ซึ่งหัวใจหลักของการสร้างเนื้อหาเพื่อสนับสนุน SEO ก็จะไม่ได้หมายถึงเพียงเนื้อหา (Content) เพียงอย่างเดียว แต่ควรจะใส่ใจองค์ประกอบอื่นร่วมด้วยอย่างเช่น ความเร็วในการเข้าเว็บไซต์ การประมวลผล คุณภาพของเนื้อหา ที่มีประโยชน์ ความเข้าใจในเชิงลึก ไม่คัดลอกเนื้อหาและเป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือสูง

สิ่งเหล่านี้คือคุณภาพหรือแก่นในการสร้างเนื้อหา ซึ่งมันทำให้สร้างยอดขายได้มากกว่าธุรกิจที่ไม่สร้างเนื้อหาหรือสร้างเนื้อหาที่ไม่มีคุณภาพ

นั่นหมายความว่าธุรกิจจะแชร์แต่เรื่องของคนอื่นไม่ได้ คุณจำเป็นต้องสร้างเนื้อหาที่เป็นต้นฉบับ (Original Content) และมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องหรือมีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ในขณะเดียวกันต้องมีประโยชน์ต่อผู้บริโภค

neuromarketing2021

2.2 Neuromarketing

Neuromarketing พูดกันง่ายๆ คือ การจับพฤติกรรม ความสนใจ การตอบสนองของกลุ่มเป้าหมายให้ได้มาซึ่งข้อมูล (Data) แล้วนำมาวางแผนอย่างแยบยล เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มหรือใช้กำลังตัดสินใจอยู่มากลายเป็นผู้ใช้บริการ

ซึ่งส่วนนี้จำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลที่คุณมียิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี มันจะช่วยวิเคราะห์ให้เนื้อหา (Content) การออกแบบโฆษณา หน้าเว็บไซต์ แคมเปญต่างๆ ของคุณให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

Neuromarketing เป็นกลยุทธ์ในการวางแผนที่เฉพาะบุคคล (Personalization) อย่างที่บอกว่าคุณต้องมีข้อมูลที่มากพอไม่เพียงแค่ เพศ การศึกษา ที่อยู่อาศัย แต่ต้องลึกไปมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นรายได้ อาชีพ ตำแหน่งงาน สถานภาพ จำนวนบุตร ขนาดครอบครัว ไลฟ์ไสตล์ สิ่งที่ชอบ เรื่องที่สนใจ บุคลิก ฯลฯ

ซึ่งอาจไม่ใช้วิธีที่ดีหากคุณรุกล้ำและทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกรำคาญจนกลัวจากการที่คุณรู้จักเขามากกว่าตัวเขาเองก็เป็นไปได้เช่นกัน

ดังนั้น การนำวิธีนี้มาใช้จำเป็นต้องวิเคราะห์อย่างมีชั้นเชิง ไม่เช่นนั้นแทนที่จะเป็นการสร้างลูกค้า เขาอาจหาทางพยายามปิดกั้นคุณทุกช่องทางแทนเลยก็ได้ อ่านเรื่อง Neuromarketing ได้ที่นี่

2.3 Personalization

โดยทั่วไปการทำตลาดจะหยิบเรื่องทั่วไปแบบกว้างๆ ของกลุ่มเป้าหมายมาใช้ เพื่อสุ่มการเข้าถึงเพื่อให้เจอหรือสร้างฐานลูกค้าให้ได้มากที่สุด

การทำ Personalized Marketing เป็นสิ่งที่น่าจับตามองการทำตลาดยุคใหม่ทั้งปัจจุบันและอนาคต การทำตลาดลักษณะนี้จะเน้นเรื่องความชอบส่วนบุคคลเป็นการหยิบยกมาทำการตลาดที่นำสิ่งที่เป็นตัวตนของเขามาใช้ เพื่อตอบสนองสินค้าบริการอันเป็นการแก้ปัญหาของเขาให้ได้มากที่สุด อ่านเรื่อง Personalized vMarketing

รวมถึงสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อการสร้าง Customer Experience และดึงเขามาเป็นฐานลูกค้าในอนาคต หรือที่ได้รับความนิยมกันอย่างมากก็เป็นการใช้ระบบ CRM มาใช้ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

การนำกลยุทธ์นี้มาใช้เพราะเข้าถึงได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ดังนั้นจึงเป็นการรุกล้ำข้อมูลของเขามากที่สุดเช่นกัน

ซึ่งนั่นอาจกระทบต่อความรู้สึกโดยตรงของกลุ่มเป้าหมายได้มากเช่นเดียวกัน ดังนั้นต้องมีการวางแผนกลยุทธ์และกระทำอย่างระวังไม่ให้เขารู้สึกรำคาญหรือรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยต่อการโฆษณา

เพื่อให้เห็นภาพเราจะยกตัวอย่าง Netflix ที่มีการใช้กลยุทธ์นี้มาใช้โดยที่กลุ่มเป้าหมายรู้สึกไม่ตกใจแต่กลับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและให้เขาพร้อมใจสมัครสมาชิกอย่างล้นหลาม จนเรียกว่าใครไม่เป็นสมาชิกจะพลาดซีรีส์สนุกๆ ไปหลายเรื่องเลยทีเดียว

ซึ่งเขาก็มีการจับพฤติกรรมของคุณจากการที่คุณเคยกดเข้าไปดูผ่าน Devices ไม่ว่าจะสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ แม้คุณจะไม่เคยเป็นสมาชิกมาก่อนแต่หากเมื่อไหร่ที่คุณได้อ่านบทความ อยู่ในกลุ่มสมาชิก หรือแม้แต่ค้นหาซีรีส์ที่มีฉาย

คุณก็จะเห็นโฆษณาของเขาอย่างบ่อยครั้งจนต้องพร้อมใจสมัครเลยทีเดียวล่ะ แม้บางคนจะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างที่ถูกโฆษณารบกวน แต่นั่นก็ไม่ได้กระทบต่อการเติบโตทาง Netflix แต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19

สุดท้ายคือก่อนที่คุณจะเริ่มใช้วิธีนี้ คุณจำเป็นต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณได้เป็นอย่างดี จำหน้าได้ จำชื่อได้ จำเบอร์โทรได้ จำได้ด้วยว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร ยิ่งคุณมี DATA มาเท่าไหร่ ยิ่งสนับสนุนการใช้กลยุทธ์นี้อย่างมาก เพื่อสานต่อในการทำการตลาดบน Social Media Marketing (SMM) หรือการทำ Email Marketing (Re-marketing)

2.4 Video Marketing

ถ้าตอนนี้คุณยังทำภาพโฆษณาหรือเนื้อหาแค่เฉพาะภาพนิ่ง อยากให้คุณรื้อแผนการตลาดทั้งหมดแล้วนำมานั่งทบทวนใหม่ เพราะการใช้ Video Marketing ในการสร้างฐานลูกค้านั้นไม่ได้สำคัญแค่เฉพาะตอนนี้

แต่มันยังเป็นไปได้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า มาลองดูตัวเลขเหล่านี้แล้วคุณจะรู้ว่าเพราะอะไรคุณถึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ Video Marketing

  • 70% ของลูกค้าชอบแชร์วีดีโอแบรนด์ที่ชื่นชอบ
  • 72% พบว่าวีดีโอผลักดัน Conversion ให้ดีมากขึ้น
  • 52% จะรู้สึกมั่นใจและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

• รูปแบบเนื้อหาแบบวีดีโอที่ควรนำเสนอ

ไม่ใช่แค่ Youtube แต่รวมถึงการทำ Live Broadcast, Instagram, LinkedIn ก็ช่วยสร้างฐานลูกค้าได้เช่นเดียวกัน แล้วทำไมวิดีโอถึงได้รับความสนใจมากกว่าภาพนิ่งทั่วไป

หน้าจอสมาร์ทโฟนเล็กเท่าฝ่ามือตัวหนังสือก็จะถูกบีบลงไป แทนที่จะต้องมานั่งเสียเวลาขยายภาพเพื่ออ่านและทำความเข้าใจ

ถ้าคุณสามารถตัดกระชับให้วิดีโอน่าสนใจและบอกเงื่อนไขรายละเอียดต่างๆ เร้าอารมณ์ให้คนเห็นแล้วอยากซื้อได้ ก็จบ!! วิธีนี้จะช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายได้ถึง 50% เลยทีเดียว

Tips : วิดีโอที่ดีควรให้เข้าใจภายใน 5 วินาที เพราะเป็นช่วงเวลาโดนใจมากที่สุด

  • ใส่คำอธิบายวีดีโอ (sub-title) ให้อ่านได้เพราะหากไม่ได้ยินหรือปิดเสียงไว้ ก็สามารถดูภาพเคลื่อนไหวและอ่านแทนข้อความแทนได้
  • เปิดโหมดแปลภาษาไว้ด้วย เดี๋ยวนี้ไม่ได้มีแค่ลูกค้าคนไทยแล้ว เพิ่มโอกาสทางการตลาดด้วยการมีภาษาอื่นรองรับสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทยก็ช่วยเพิ่มยอดขายได้เช่นเดียวกัน
  • ปัจจุบัน Facebook ได้เปิดให้มีการสร้างรายได้ มีค่าขนมให้ (Motenization) เมื่อวิดีโอมีการแชร์ หรือมีส่วนร่วมในจำนวนที่มากกว่า YouTube อีกนะ นั่นหมายความว่าถ้าคุณทำวิดีโออย่างน่าสนใจมีคุณภาพ มีคนให้สนใจเยอะ วิดีโอของคุณก็ช่วยสร้างรายได้เพิ่ม
  • อย่าลืมใส่ภาพ thumbnail ที่เร้ากระตุ้นแคมเปญของคุณให้เด่นและน่าสนใจและสำคัญที่สุด คือ การระบุว่านี่คือ “วิดีโอ” ลงในหัวเรื่องช่วยให้มีโอกาสในการเข้าถึงได้ถึง 19%

• วีดีโอรูปแบบไหนที่ช่วยดึงความสนใจ

  1. Live Video :ในสถานที่เช่น ที่ทำงาน ร้านกาแฟ ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือในสถานที่ดูแล้วสบายตา
  2. 1:1 Video : เพราะส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟนในการดู ดังนั้นวิดีโอไซส์นี้ก็สะดวกในการดูได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนแถมยังใช้ส่ง email, ส่งข้อความ ฯลฯ ได้ด้วย อย่าลืมคุณภาพความละเอียดของวิดีโอควรจะคมชัด สวยงาม มีลูกเล่นแบบพอดิบพอดีกันด้วยนะ
  3. Video SEO : เพื่อการแข่งขันในการเข้าถึงง่ายและรวดเร็วมากที่สุด Search Engine เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะเมื่อทำการค้นหาจาก Google คุณก็จำเป็นต้องตั้งค่าวิดีโอเพื่อสนองต่อ SEO ด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ SERPs มาร่วมวิเคราะห์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของ SEO ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน
  4. วิดีโอ 360 องศา : ยังนับเป็นลูกเล่นใหม่ให้คนเห็นแล้วมีส่วนร่วมมากขึ้น มันก็ยังน่าสนใจและน่าสนุกดีอยู่ ลองคิดเทคนิค

2.5 Interactive Content

เนื้อหา (Content) ที่มีการปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะกดไลค์ กดแชร์หรือแสดงความคิดเห็น จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายได้มีส่วนร่วมรู้สึกสนุกและชื่นชอบ

ทำให้อยากติดตามแบรนด์ของคุณและสร้างการจดจำได้อย่างดีเลยล่ะ ลองหาเกมสนุก ๆ หรือ VR หรือ วิดีโอ 360 องศาให้อยู่ในฟีดโซเชียลคอนเทนต์ของคุณบ้างก็ถือเป็นวิธีที่ดีสำหรับยุคนี้เลยล่ะ

2.6 User-Generated Content (UGC)

ให้ง่ายๆ เข้าใจให้เห็นเป็นภาพ User-Generated Content คือการที่ลูกค้าเขาบอกเล่าเก้าสิบ หยิบสินค้าหรือนำบริการของเราไปเล่าต่อให้เพื่อนๆ ใน Social Media ของเขาเองโดยที่เราไม่ได้จ้าง

ตัวอย่างเช่น เขามาจิบกาแฟถ่ายรูปสวยๆ ที่ร้านเราแล้วเช็คอิน Location Tag หรือใส่เสื้อผ้าที่ซื้อจากร้านของเราไปเที่ยวทะเล เขาก็แท็กร้านหรือมีเพื่อนมาถามว่าซื้อที่ไหนเขาก็บอกต่อ

ซึ่งแน่นอนว่าการที่จะได้คอนเทนต์ในรูปแบบนี้มาธุรกิจของเราก็ต้องมีคุณภาพด้วยนะ ไม่อย่างนั้นแทนที่จะส่งผลดี ก็กลายเป็นไม่ชอบสินค้าหรือบริการเราได้เช่นกัน

เราอาจจะสร้างแฮชแทคแบรนด์ (Hastags) หรือที่เป็นเฉพาะของเราแบบนี้แล้วใส่ไว้ในแคปชั่นของเราด้วยเพื่อให้บรรดาลูกค้าของเราได้รู้และใส่เอาไว้ในโพสต์ของเขาเพื่อเวลาที่มีคนกดแฮชแทคนั้นแล้วก็จะเห็นรูปที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา

ทำให้ง่ายต่อการที่เราไปรวบรวมนำมาสร้างเป็นคอนเทนต์เพื่อขอบคุณเขาอีกทีก็ได้ เป็นการสานสัมพันธ์ที่ดีมากๆ เลย แต่ก่อนนำมาขออนุญาตเขาก่อนก็จะดีที่สุดเลยนะ

2.7 Long-Form Content

แม้ว่าจะถูกบอกต่อกันไปสะพัดว่า คนไทยไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ นักการตลาด นักโฆษณาหลายคนจึงพยายามบีบคำพูดให้สั้น กระชับ เข้าใจง่ายมากที่สุด

ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีเหมาะสำหรับทำโฆษณา แต่ในส่วนของการทำเนื้อหา (Content) ให้ดีต่อเว็บไซต์ในระยะยาว เราแนะนำให้คุณเขียนให้ยาวเข้าไว้ อย่างน้อย 3,000 คำขึ้นไป เพื่อสร้าง traffic ให้มากและเพื่อให้ผู้ใช้งานอ่านให้นานที่สุด (อย่าเขียนยาวแต่วนไปมาจนอ่านไม่รู้เรื่อง)

นับว่าเป็นโจทย์ที่ยากแต่ไม่ยากจนเกินความสามารถของนักเขียน น้กสร้างคอนเทนต์ เพราะเขียนเล่าเรื่องราวอย่างไรให้มีประโยชน์ น่าสนใจ เป็นเรื่องที่พวกเขาถนัดอยู่แล้ว

แน่นอนว่ามันส่งผลถึงคุณภาพของเนื้อหาด้วยเช่นกัน สำหรับยุคนี้ เป็นยุคที่ต้องสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพมากที่สุด มีประโยชน์มากที่สุดและตอบโจทย์มากที่สุด จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นและยังมีโอกาสในการขาย เติบโตได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

“บล็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียงกว่า 56% ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงในการสร้างเนื้อหา 1 ชิ้น”

หากคิดว่าคุณใช้เวลาอันสั้นและเขียนได้ยาวแล้วหมายถึงประสิทธิภาพของเนื้อหา อยากให้คุณลองทบทวนใหม่ นอกจากนี้การมีเนื้อหาที่ยาวเพียงพอจะสนับสนุนเว็บไซต์แล้ว

ยังทำให้ผู้อ่านให้ความสนใจในเนื้อหานั้นๆ ใช้เวลาพอสมควรซึ่งมันดีต่อเว็บไซต์ เป็นการช่วยให้ Bounce Rate ดีขึ้นนำไปสู่การไดั Google Ranking สูงขึ้น

ซึ่งนั่นเป็นข้อดีทำให้คุณประหยัดงบค่าโฆษณาและหมายถึงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ที่ดี ส่งผลต่อการทำตลาดออนไลน์แบบยั่งยืนในอนาคต และรู้หรือไม่ว่าการที่คุณทำให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเงื่อนไข Google มากเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะยืนหนึ่งใน keyword ของการค้นหานั้น ๆ โดยไม่มีใครมาโค่นลงก็เป็นไปได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเพิ่มเติมอีกเลย!

3. Growth Marketing

socialinfluencer 2021

3.1 Influencer marketing

การใช้กลุ่มคนที่มีผู้ติดตามเยอะๆ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ โน้มน้าวใจกระตุ้นได้ หรือเรียกว่า Influencer ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอยู่สำหรับการตลาดในปีนี้และอีก 5 ปีข้างหน้า

การใช้กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมาย มีชื่อเสียงในแต่ละด้านก็เป็นการช่วยบอกเล่าความน่าสนใจของธุรกิจคุณได้อย่างมาก

ปัจจุบัน 63% ของผู้บริโภคจะมีความเชื่อ โน้มเอียงตามความเห็นที่ได้รับจากการบอกเล่าปากต่อปากมากกว่าการมานั่งอ่านโบรชัวร์หรือข้อมูลของแบรนด์

อันที่จริงเรื่องของการ “รีวิว” ก็มีผลอย่างมาก ดีไม่ดีก็เห็นได้จากตรงนี้เลยและ 53% ของอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) สามารถสร้างลูกค้ารายใหม่ได้ด้วย

virtualinfluencer 2021

ข้อควรระวังคือ ไม่ควรเด็ดขาดคือการสร้างรีวิวปลอม เพราะนั่นจะทำให้คุณหมดความน่าเชื่อถือไปทันที อย่าคิดว่าคนดูจะไม่รู้นะ

เดี๋ยวนี้คนเขามีความสามารถในการสังเกตจับพฤติกรรม ความผิดปกติได้เก่งมาก โดยเฉพาะ Gen Z ถ้าคุณแสดงความจริงใจด้วยการไม่โกหก ไม่สร้างภาพจนเกินพอดี มันจะส่งผลดีกับธุรกิจของคุณ

การใช้ Influencer marketing นั้นไม่ใช่ใครก็ได้ เห็นว่ามียอดผู้ติดตามเยอะๆ แล้วก็เรียกใช้ นั่นอาจไม่ช่วยสนับสนุนการตลาดของแบรนด์แต่อาจส่งผลเสียแทนด้วยซ้ำ มาดูเทคนิคง่ายๆ ในการเลือกใช้ Influencer ดังนี้

  • มีภาพลักษณ์เหมาะสมกับแบรนด์หรือไม่
  • มีผู้ติดตามเป็นใคร อย่างน้อยก็ควรจะรู้ว่าคนกลุ่มไหนที่ติดตาม
  • เขามี engagement อย่างไรต่อการโพสต์ในแต่ละเนื้อหา

“หากกังวลว่าจะเลือกใครดี ปัจจุบันมี AI ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อเฟ้นหาและสกรีน Influencer ว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับธุรกิจคุณหรือจะลองใช้ Virtual Influencer ก็น่าสนใจ”

3.2 Micro Moments

อะไรก็ตามที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการใช้ เปลี่ยนพฤติกรรมให้น่าสนใจ สร้างประสบการณ์ให้กับเขาในช่วงเวลาแห่งความประทับใจ

ตัวอย่างเช่น ทำขนมเซอร์ไพร์สคุณแม่ ให้เป็นเรื่องที่ง่าย สนุกและอร่อยได้ด้วย หรือว่าอะไร ซื้อที่ไหน ทำอย่างไร ให้เด็กๆ กินข้าวได้แสนอร่อยด้วยอุปกรณ์จานชามแสนน่ารัก

อะไรแบบนี้เป็นการสร้าง Micro Moments ให้เขาเห็นแล้วโดนใจ อยากจะมีบ้างแบบนั้นแหล่ะ ซึ่งคล้ายกับการรีวิวแต่เหนือกว่าด้วยการใส่ความครีเอทีฟลงไปให้น่าดูและขายอย่างสนุกเป็นธรรมชาติ

• สิ่งที่ต้องทำหากอยากสร้าง Micro Moments

  1. จะบอกอะไรเขาล่ะ อะไรที่เขาจำเป็นต้องมี แล้วช่วยแก้ปัญหายังไง มันจะคุ้มค่ากับเงินมั้ยนะ
  2. ซื้อได้ที่ไหน ช้าทำไม ของแบบนี้ก็ต้องซื้อหรือมาใช้บริการกับคุณสิ ใช่มั้ย
  3. อยากจะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ เปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆ นี่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่คุณต้องมีเพื่อทำให้ง่ายยิ่งขึ้น หรือเปิดประสบการณ์ใหม่อะไรแบบนั้น
  4. มาถึงตรงนี้ บอกไปเลยไม่ว่าจะราคา วิธีการสั่งซื้อ สามารถผ่อนชำระได้มั้ย มีโปรโมชั่นหรือไม่ เว้ากันไปให้ละเอียดเลยจ้า

การทำ Micro Moments มีช่องทางการเข้าถึงสินค้าของคุณแบบไหนบ้างและครบวงจรแล้วหรือยัง อำนวยความสะดวกให้เขาซื้อได้สะดวกมากน้อยแค่ไหน

เพราะยุคนี้ไม่ว่าการซื้อสินค้าหรือบริการอะไรก็ตาม ต้องง่าย ปลอดภัย รวดเร็ว สะดวกแบบสุดๆ ถึงจะได้เปรียบในการแข่งขัน

3.3 Browser Push Notifications

ตั้งค่าไว้ให้ช่องทางการปล่อยสื่อของคุณไม่ว่าจะเป็น Social Media เว็บไซด์ หรือ Email Marketing ให้คอยแจ้งเตือนเสมอเมื่อมีแคมเปญใหม่เพื่อกระตุ้นให้เขายังคงเห็นอยู่อย่างเสมอซึ่งแน่นอนกว่า ช่วยให้เขากลับมาซื้อซ้ำได้ อย่าลืมระบุแจ้งเงื่อนไขต่างๆ ในการตั้งเตือนในเว็บไซด์หรือการยินยอมรับข่าวสารทาง email ด้วยเพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้ามากเกินไป เพราะอย่างน้อยเมื่อเขายินยอมรับข่าวสารเหล่านี้แล้วก็เท่ากับว่า เขาพร้อมจะอยากรู้ข้อมูลของคุณก็นับเป็นเรื่องที่ดี

อย่างตอนนี้ก็มีหลายแบรนด์ที่ใช้วิธีนี้ รวมถึง market place อย่าง Lazada และ shopee ก็ใช้ Browser Push Notifications ด้วยเหมือนกัน พอมีสินค้าลดราคาหรือเตรียมตัวกับแคมเปญใหม่ๆ สินค้าน่าสนใจก็จะส่งมากระตุ้นเร้าให้เราอยากเข้าไปเปิดดูนั่นแหล่ะ

3.4 Omnichannel Marketing

ยังใช้ได้ดีเสมอสำหรับกลยุทธ์ Omnichanel Marketing ที่พร้อมให้กลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าพร้อมซื้อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ไปด้วยกัน เราจะเห็นว่า แบรนด์ดังที่กำลังเติบโตอย่าง Pomelo เขาก็ใช้ คุณอยากช้อปปิ้งเสื้อผ้าเหรอ เอ้าเข้ามาเลือกในแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซด์ได้เลยจ่ะ แล้วอยากจะซื้อสัมผัสเนื้อผ้ามาที่ร้านก็ได้ หรือ เลือกดูเสื้อผ้าที่หน้าร้านแล้ว แต่เอ๊ะ!! ในแอปพลิเคชั่นมีโปรโมชั่น ถ้าอย่างนั้นแบบนี้ฉันก็ซื้อในแอปพลิเคชั่นดีกว่า

อะไรแบบนี้ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกสนุนมีส่วนร่วมและเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้เขารู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น ถ้าจะบอกว่านี่ไม่ใช่ยุคของ online อย่างเดียวก็ถูกนะ ถ้าเราทำทั้ง online และ offline คู่กันไปด้วยจะดีมากอย่าปิดกั้นช่องทางการขาย แต่จงทำให้เขามีโอกาสเลือกสินค้าได้หลายช่องทาง

3.5 Growth of Geo-Fencing

เพิ่มโอกาสให้ตัวเองได้ด้วยการแจ้งเตือนว่าร้านคุณอยู่ใกล้บริเวณที่เขาอยู่ด้วยการแสดงภาพได้จากแอปพลิเคชัน การทำตลาดลักษณะนี้เราเห็นห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าบ้านเราเริ่มทำเกือบครบแล้วล่ะ อย่างเช่น CentralWorld เมื่อคุณเยื้องกรายเข้าสู่พื้นที่ปั๊บ บร่ะ!! โปรโมชั่นเอย สิทธิพิเศษเอยก็เด้งเข้ามาล่อให้คุณไปร้านเขาแบบสมยอมซะแบบนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ไหนๆ ก็มาแล้ว ด้วยการเชื่อมกับผู้ที่มีแอปพลิเคชั่น The1 หากใครมีแอปพลิเคชั่นนี้ติดสมาร์ทโฟนอยู่คงคุ้นเคยอย่างดี แม้จะไม่ได้แจ้งเตือนเข้ามาบ่อย เราเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ มีแจ้งเข้ามาเพียบแน่ๆ เพราะเป็นการเชื้อเชิญ ประชาสัมพันธ์อย่างดีและได้ผลเชิงบวกซะด้วย

3.6 IoT Advertising

การแข่งขันทางการตลาดไม่ใช่เพียงแค่บนอุปกรณ์ต่างๆ อีกแล้ว คุณจำเป็นต้องหันมาโฟกัสกับการตลาดรูปแบบอื่นเข้าไปด้วย

เพื่อให้ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เพราะนี่เป็นยุคของ Internet of Things (IoT) ที่อะไรๆ ก็เชื่อมต่อกันไปทั้งหมด

อย่างเช่น Johnie Walker ที่ใช้ฉลากสีฟ้าเพื่อให้สามารถแสดงข้อมูลได้ว่าขวดนี้ถูกเปิดที่ไหนและผลิตที่ไหน แบบนี้เป็นต้น ลองคิดปรับกลยุทธ์วิธีดูว่าธุรกิจของคุณจะเชื่อมโยงให้สนุกได้อย่างไร

4. Social Media Platform (Social Commerce)

social commerce

4.1 Social Messageing Applications

ถ้าคุณคิดว่า Social Messaging มีไว้แค่ส่งสติ๊กเกอร์ ไอคอน อีโมจิคอนหาเพื่อนๆ หรือแฟนเพื่อเล่นสนุกสร้างความบันเทิง เราอยากให้คุณดูข้อมูลเหล่านี้

  • 1.3 ล้านคนต่อปี ที่พร้อมเสมอในการใช้ Facebook Messanger
  • 10 ล้านข้อความใช้ในการติดต่อธุรกิจในแต่ละเดือน
  • 1.6 ล้านคนใช้ WhatsApp และส่งข้อความมากถึง 55 ล้านข้อความในแต่ละวัน
  • 3 อันดับของ Social Messaging ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกคือ WhatsApp, Facebook Messenger และ WeChat ส่วนประเทศไทยคือ Line, FB Messenger, Tinder, Instagram

“กว่า 63% ของลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำในเว็ปไซด์ที่สามารถโต้ตอบสนทนาได้ทันที”

4.2 Social Media Stories

ไม่ว่าจะเป็น My Story ในแพลตฟอร์มไหนเรียกว่า จำเป็นต้องใส่เนื้อหาลงไปให้ครบทุกแพลตฟอร์มที่มีเลยไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instragram, Youtube การลง My story นี้จะช่วยกระตุ้นให้เห็นเนื้อหาในช่วงระยะเวลาอย่างน้อย 24 ชม. เพื่อไม่ให้กลุ่มฐานแฟนคลับหรือผู้ติดตาม หรือกลุ่มเป้าหมายยังเห็น กระตุ้นและเล้าโลมอยู่เสมอ 

• Social Media Stories มีข้อดีอย่างไร?

  1. เพิ่มการเข้าถึงได้อย่างดี
  2. เพิ่มปฏิสัมพันธ์หรือสร้าง engagement กับผู้ติดตามได้
  3. ลดค่าใช้จ่ายในการยิงโฆษณาเพราะปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก
  4. ช่วยสร้าง traffic ไปหาเว็บไซด์ของคุณได้อย่างดี
  5. เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย วัยรุ่น นักเรียนนักศึกษาหรือผู้เริ่มต้นทำงาน (1st jobber)

• ทำอย่างไรให้ Social Stories น่าสนใจ?

  1. ลองใช้เป็นแบบสอบถามหรือสร้าง polls
  2. เพิ่ม link เข้าไปไม่ว่าจะเป็นเว็บไซด์หรือ ไปแพลตฟอร์มอื่น ช่องทางขายเลยก็ได้
  3. ใส่ location ไปด้วยเลย เวลาใครหา location เดียวกันข้อมูลของเราก็จะแสดงไปด้วย
  4. ใส่รีวิวหรือคำชื่นชมจากลูกค้าไปด้วยเลยจ้า กระตุ้นความมั่นใจไปอีก
  5. จะใช้วิธี live สดแล้วแชร์เป็น stories ด้วยก็เข้าท่าดี
  6. ช้าอยู่ทำไมอย่าลืมเปิดช่องทางให้เขาซื้อหาหรือใช้บริการด้วยล่ะ

4.3 Social Commerce & Shoppable Posts

E-commerce และ Social Media เติบโตขึ้นในทุกขณะเพราะอย่างนี้จึงไม่แปลกเลยที่หลายแพลตฟอร์มจะหันมาพัฒนาตัวเองให้สามารถทำการซื้อขาย อำนวยต่อธุรกิจต่างๆ ให้สะดวกมากยิ่งขึ้น

อย่างเช่น Instragram ที่มีฟังก์ชันอย่าง Reels, Checkout ทำให้สามารถรู้ได้ทันเลยว่าในภาพนั้นเป็นสินค้าอะไรรุ่นไหน ราคาเท่าไหร่ เพียงคลิกและเชื่อมโยงลิงค์ไปสู่หน้าซื้อขายเพียงปลายนิ้ว

ทำให้ตอนนี้สำหรับแพลตฟอร์ม Instragram นั้นน่าจับตามองอย่างมากแม้ว่าจะถูกลดการมองเห็น ลดจำนวนยอดไลค์ลงไป การพัฒนา Checkout ขึ้นมากก็ช่วยให้แบรนด์ทำยอดขายได้ดีเช่นเดียวกัน เป็นจังหวะที่พอดีเมื่อการพัฒนาเริ่มดีมากยิ่งขึ้นและสำหรับประเทศไทยก็กำลังจะใช้งานได้ในเร็วๆ นี้ อย่าลืมที่จะใช้มันในการสร้างยอดขายของคุณเป็นอันขาด

5. Search Engine Technology

digitalassistantsearch

5.1 Visual Search – ค้นหาจากภาพถ่าย

อยากได้หรือสงสัยอะไรอะไรก็ค้นหาจาก Google เป็นเป็นพฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน แต่ยุคนี้แล้วบางทีก็ขี้เกียจพิมพ์หรือเรียกไม่ถูก เพียงแค่โยนรูปเข้าไปใน Google ก็ทำให้เจอสิ่งที่ต้องการแล้วล่ะ

ฟังก์ชันนี้ เรียกว่า Visual Search สะดวกง่าย รวดเร็วและทำให้คุณเหนือว่าคู่แข่งด้วยนะ ไม่ใช่แค่ Google Search อย่างเดียวแต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้เพราะคุณสามารถเลือกใช้ช่องทางในการทำธุรกิจด้วยวิธีการ Visual Search ได้จากแพลตฟอร์มต่อไปนี้

• Pinterest

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ถ่ายรูปและนี่เป็นสัญญาณที่ดีว่าธุรกิจของคุณจะขยายออกไปได้ด้วยภาพถ่ายสวยๆ ที่มีการติด tag ที่เกี่ยวข้องในการค้นหาและแสดงผล ข้อมูลต่างๆ ได้ใน pinterest

ซึ่งมันเหมาะมากๆ กับสินค้าจำพวกของแต่งบ้าน แฟชั่นเสื้อผ้าต่างๆ งานฝีมือ อาหาร ที่พัก ที่เที่ยวหรือแม้แต่ร้านทำผมที่อยากจะพรีเซนต์ฝีไม้ลายมือของคุณก็จัดได้อย่างเต็มที่

ส่วนใหญ่คนที่ใช้แพลตฟอร์มนี้เขาจะใช้เป็นแรงบันดาลใจต่างๆ และแน่นอน เมื่อเห็นแล้วว่าสวย จะซื้อจากที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่จากภาพ reference สวยๆ จากคุณ

• Google lens

อีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ต้องจับตาอย่าง Google Lens ที่อำนวยให้กลุ่มเป้าหมายค้นหาด้วยภาพถ่ายง่ายๆ และแสดงผลสินค้าที่คล้ายกัน อย่างเช่น แก้วน้ำสวยๆ ดีไซน์เก๋ นามบัตร หนังสือ กิจกรรมหน้าร้านหรือผัก

อยากได้อะไรก็แค่ถ่ายแล้วอัพโหลดก็ค้นพบร้านที่จำหน่ายแล้ว เหลือเพียงแค่คุณจะจัดการกับแพลตฟอร์มนี้ให้แสดงผลอย่างไรบ้างแล้วล่ะ

CamFind, Bing Visual Search, Lazada, etc.

เปิดให้บริการในลักษณะเดียวกัน เพราะทุกแพลตฟอร์มเริ่มเห็นความสำคัญของ Image Search แล้วคุณเริ่มเห็นด้วยแล้วใช่ไหมว่า ทำไมธุรกิจของคุณจึงจำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านี้

5.2 Voice Search & Smart Speakers – ค้นหาด้วยเสียง

เมื่อก่อนก็พิมพ์ค้นหา เดี๋ยวนี้พัฒนาแค่พูดก็หาเจอเลย นี่เป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรับมือกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่สร้างมาเพื่ออำนวยความสะดวกอย่างที่สุด ด้วยการค้นหาด้วยเสียง ไม่ว่าจะเป็นการทำคีย์เวิร์ดข้อมูลรายละเอียดสินค้า

เพื่อให้แสดงผลลัพธ์เจอธุรกิจของคุณได้อย่างง่ายดาย โดยเกือบ 50% ของผู้บริโภคยุคใหม่นิยมค้นหาด้วยเสียงกันแล้วส่วนอีก 55% ของชาวอเมริกันเองก็จะมี smart speaker ติดตั้งไว้ที่บ้านเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาโดยที่ไม่ต้องจับสมาร์ทโฟน

แถมเขาเหล่านี้ยังใช้เป็นประจำในแต่ละวัน นั่นหมายความว่าคุณมีโอกาสสูงในการขายหรือนำเสนอธุรกิจขอคุณให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ได้เลยครับ

กรณีศึกษาอย่าง Domino’s Pizza เองก็ใช้ Voice Search เข้ามาเพื่อช่วยในการสั่งพิซซ่าให้ง่ายมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องโทรหรือสั่งผ่านระบบในสมาร์ทโฟนเลย

Campbell เองก็เช่นเดียวกัน ถ้าคุณหิวเขาก็จะมีเมนูมากมายที่นำเสนอให้คุณสามารถทำตามง่ายๆ และแน่นอนว่ามีการ tie-in ผลิตภัณฑ์ของเขาเข้าไปด้วย นี่เป็นการเพิ่มยอดขายแบบเนียนๆ ด้วยเทคโนโลยีที่น่าจับตามองอย่างมาก

6. Google Ads Smart bidding

smartbiddinggoogleads

6.1 Website – เว็บไซต์

เว็บไซต์นั้นก็เปรียบเสมือนบ้าน เมื่อมีบ้านแล้วก็ต้องหาทางให้คนรู้จัก เช่นเดียวกับการซื้อโฆษณา Facebook การซื้อโฆษณาด้วย Google Ads เป็นอีกสิ่งที่ต้องให้ความใส่ใจไม่ต่างกัน

เราแนะนำว่าหากคุณยังไม่มี Website หรือมีแล้วแต่ไม่ได้ให้ความสำคัญ ให้หันกลับมารื้อและทำใหม่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างแน่นอน

Bidding Google Ads เป็นการให้ AI มาช่วยเลือกกลุ่มเป้าหมายในการเพิ่มยอดขาย ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีใด

  • Pay per click (PPC) เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายได้จากนั้นระบบก็จะทำการวิเคราห์กลุ่มและกระจายการใช้งบโฆษณาเพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
  • เพิ่มโอกาสในการขาย (Target CPA)
  • กำหนดเป้าหมายเพื่อรับผลตอบแทนจากค่าโฆษณาอันคุ้มค่า (Target ROAS)
  • เพิ่มโอกาสให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยการยอมรับให้ส่งโฆษณาผ่านอีเมล ดาวน์โหลด มากยิ่งขึ้นที่กำหนดได้ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ที่ใช้ (Device) ที่อยู่ ย่านจังหวัด พื้นที่ที่ต้องการ ช่วงเวลาการโชว์โฆษณา
  • Re-marketing (Re-Target)
  • รูปแบบโฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
  • ภาษาเข้าใจง่ายและกระตุ้นให้เกิดความสนใจ

Smart Bidding จะช่วยให้คุณประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเพื่อให้คุณไปโฟกัสแผนการตลาดและกลยุทธ์อื่นๆ เช่นการสร้างคอนเทนต์ ภาพ วิดีโอ และแคปชั่น ฯลฯ

6.2 Featured Snippets (Zero Position) – อันดับศูนย์

เมื่อทุกคนหันไปแข่งขันทำเนื้อหา สร้างเนื้อหาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของ SEO นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีแต่จะดียิ่งกว่าหากเนื้อหาของคุณมีคุณภาพและถูกนำแสดงขึ้นในตำแหน่ง Feature Snippets หรืออันดับศูนย์ (Zero Position) ในระดับบนสุดของหน้า Search Engine

ในตำแหน่งนี้นอกจากเนื้อหาของคุณจะมีคุณภาพ มีประโยชน์อย่างมากต่อการค้นหา ไขความกระจ่าง ตอบข้อสงสัยของผู้ค้นหาแล้ว ยังหมายถึงหากคุณมีการกำหนดการค้นหาด้วยเสียงและการเป็นต้นฉบับ (Original Content)

วิธีนี้ช่วยให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักได้มากถึง 30% และนอกจากนั้นยังช่วยให้ได้รับความสนใจจากผู้ค้นหาได้อย่างมาก ซึ่งนั่นหมายถึงคุณมีโอกาสทางการตลาดมากยิ่งขึ้นไปด้วย อ่านเรื่อง Featured Snippets

7. Website (SEO/SEM)

SEO versus SEM 2021

7.1 SEO A/B Split Testing – ทดสอบ A/B Testing

คุณจำเป็นต้องให้ความใส่ใจกับการทดสอบและวิเคราะห์กลุ่มในแต่ละแคมเปญให้ได้ ด้วยการใช้ตัวช่วยอย่าง A/B Testing & Learning ซึ่ง Google เองก็มีการพัฒนาระบบให้ใช้งานได้ง่ายและเข้าใจง่ายมากขึ้น

ทำให้เห็นแนวโน้มของธุรกิจเราได้อย่างชัดเจนเห็นภาพมากยิ่งขึ้น และข้อมูลที่คุณมีจะทำให้วางแผนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้คุณวางแผนรับมือกับค่าโฆษณา

ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานของผู้ใช้งาน แนวโน้มโอกาสในการขาย การสร้างผลกำไรต่อต้นทุน เมื่อคุณสามารถวิเคราะห์ได้ดีก็จะทำให้คุณรับมือกับสิ่งที่ตามมาและหรือปรับใช้กลยุทธ์ได้อย่างทันท่วงที

7.2 Progressive Web Apps (PWAs)

มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ใช้สมาร์ทโฟนในการเปิดเว็บไซด์ต่างๆ อย่างน้อยก็เมื่อเวลาเพื่อนแชร์ link มาให้พอคลิกปุ๊ปก็นำไปสู่เว็บไซต์ ซึ่งหากเว็บของคุณยังไม่มีการตอบสนองที่ดีทั้งเรื่องของดีไซน์ (UI) และประสบการณ์การใช้งาน (UX) แล้วละก็ เตรียมโบกมือลาลูกค้าได้เลย

Progessive Web Apps (PWAs) มีฟีเจอร์หลักๆ คือ

  • สามารถใช้งานได้ในทุกเบราซ์เซอร์และในสมาร์ทโฟนทุกรุ่น
  • ใช้งานได้ทั้ง on-line และ off-line
  • เมื่อมีการเชื่อมต่อ Internet ปุ๊บก็จะอัพเดตข้อมูลทันที
  • ที่สำคัญยังสามารถตั้งเตือน (Push Notification) ได้แม้ไม่ได้เปิดโปรแกรมใดๆ

7.3 Semantic Keyword Research – วิเคราะห์คีย์เวิร์ด

นอกจากการสร้างเนื้อหาที่มีตัวอักษรไม่ต่ำกว่า 1,500 – 3,000 คำ และโพสต์เนื้อหานั้นแบบวันเว้นวันจะส่งผลดีต่อเว็บไซต์แล้ว จะเป็นการดียิ่งขึ้นไปอีกหากเนื้อหานั้นมีคีย์เวิร์ด (keyword) ที่ตรงกับความต้องการ การค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย

นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมคุณจำเป็นต้องวิเคราะห์คำเหล่านั้นเพื่อให้มี keyword นั้นลงไปในเนื้อหาและอย่าลืมว่านอกจาก keyword หลักแล้วคุณก็จำเป็นต้องสร้าง keyword รอง

ที่เป็นคำคล้าย คำเหมือนหรือคำที่ใกล้เคียงกันเข้าไปด้วย เพื่อสนับสนุนให้การค้นหานั้นเจอเนื้อหาของคุณมากยิ่งขึ้น (อ่านเรื่อง Keyword Research)

8. Data Analytics

dataanalytics 2021

8.1 Predictive & Augmented Analytics – การวิเคราะห์ดาต้า

พูดถึงเรื่องข้อมูล (Data) นั้นถือว่าสำคัญมากๆ เลย เพราะสามารถนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อนำไปต่อยอดในการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ Predictive & Augmented Analytics ก็เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเช่นเดียวกัน

โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ นั่นหมายความว่าจะมีความแม่นยำมากยิ่งกว่าสำหรับวางแผนรับมือในอนาคต ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรมเลยทีเดียว ช่วยลดความซับซ้อนในการวางแผนให้แยบยลและยังช่วยให้ลูกค้าเดิมมั่นคงต่อแบรนด์

ที่สำคัญคือ สามารถสื่อสาร วิเคราะห์รูปแบบประโยค เพื่อใช้ในการสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นภาษาหุ่นยนต์ที่อ่านแล้วรู้สึกหงุดหงิดอีกต่อไป นี่จะเป็นผลดีอย่างมากต่อธุรกิจในระยะยาว

มีธุรกิจมากมายนำมาใช้โดยเฉพาะธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่มีข้อมูลมากมายจากผู้ใช้งานทั่วโลกอย่าง Amazon ก็มีการร่วมมือกับพันธมิตรในการเชื่อมโยงให้คนที่ใช้งานในเว็บไซต์อื่นนั้นเห็นข้อความชักชวนให้เข้ามาดูสินค้าในเว็บไซด์ของเขาได้ด้วย

เมื่อคุณกำลังดูข้อมูลหรือเรื่องที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสินค้าที่เขามีจำหน่าย จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มยอดขายเหมือนแค่คิดก็มีร้านค้าเด้งเข้ามาให้ช้อปปิ้งทันทีเหมือนรู้ใจเลย

8.2 Big Data and Deep Learning – เรียนรู้จากข้อมูลขนาดใหญ่

หมดเวลาของการทำธุรกิจโดยใช้ความรู้สึก ความคุ้นเคยหรือความน่าจะเป็นที่คาดเดาจากตัวเองหรือทีมงานอีกแล้ว

นี่เป็นยุคทองของข้อมูล (Data) ที่จำเป็นอย่างมากต่อการนำมาวิเคราะห์เพื่อเฟ้นหา ดีไซน์กลยุทธ์พิชิตใจลูกค้าให้ได้มากที่สุด ด้วยการนำข้อมูลทั้งหมดที่มีมาใคร่คิดอย่างแยบยล

เราเน้นย้ำมาหลายครั้งว่า Data หรือข้อมูลของลูกค้าสำคัญและเราเองก็ยังอยากให้คุณพยายามวิเคราะห์ให้เป็นโดยอาศัยหลักการต่างๆ มาร่วมด้วย หากไม่ได้จริงๆ ก็มี AI ที่ถูกพัฒนามาช่วยให้ง่ายยิ่งขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่าในการแข่งขันธุรกิจเดียวกัน ความแตกต่าง benefit ต่างๆ ที่คุณได้ทำการวิเคราะห์ไปแล้วนั้นอาจยังไม่เห็นความเหนือกว่าอย่างชัดเจน ซึ่งนี่จะเป็นวิธีที่คุณเหนือกว่าคู่แข่งได้ไม่ยาก รู้เขารู้เรา

แล้วคุณจะเก็บข้อมูลเหล่านั้นจากไหน? คำตอบคือ เราจะได้ข้อมูลเหล่านี้จาก Social media, Document, Clickstream Media, Videos, images, RFID, Transaction Data, System logs

และอีกมากมายหลายวิธีที่คุณจะสามารถเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดแล้วนำมาจัดเรียงอย่างเป็นระบบ เพื่อหมั่นนำมาวิเคราะห์ให้ได้ผลลัพท์ที่ต้องการนั่นเอง

สรุปเทรนด์การตลาดดิจิทัล 2021

  • การใช้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intellegent)
  • เนื้อหาที่ตรงกับเจตนาผู้ใช้งาน (Intent-Based Marketing)
  • การตลาดที่โฟกัสการเติบโต (Growth Marketing)
  • การค้าบนโซเชียลมีเดีย (Social Commerce)
  • เทคโนโลยีการค้นหา (Search Engine Technology)
  • Smart Bidding Google Ads
  • Website SEO & SEM
  • Data Analytics

หวังว่าเพื่อนๆ จะได้ประโยชน์จากบทความนี้มากๆ เลยนะครับ ถ้าชอบอย่าลืมแชร์ให้เพื่อนด้วยนะ!

Source : searchengineland, singlegrain, marketingtechnews, convinceandconvert