รู้ไว้ไม่เสียหาย SEO สายเทา (Blackhat SEO) คืออะไร
เมื่อพูดถึงการทำ SEO ทุกคนคงทราบว่าคือการทำอันดับคีย์เวิร์ดบน Google Search และคนที่เข้าใจการทำ SEO ก็คงทราบดีว่าวิธีการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับ SEO บนหน้าแรก Google ทำได้หลากหลายวิธี บทความนี้เจาะลึก กะเทาะเปลือกกลยุทธ์การทำ SEO สายเทาแบบละเอียด เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ ประเมินความเสี่ยงได้ว่า คุ้มค่าที่จะทำ Blackhat SEO หรือการทำ SEO สายเทา บนเว็บธุรกิจของเราหรือไม่ จะเสียเวลาหรือเปล่า แล้วมันทำอย่างไรบ้าง
ความแตกต่างของการทำ SEO สายขาวและ SEO สายเทา
การทำ SEO สายเทา คือ การทำอันดับคีย์เวิร์ดให้ติดการค้นหาบน Google Search Engine เหมือนกับการทำ SEO แบบปกติหรือสายขาวทั่วไป เพียงแต่ความแตกต่างของมันคือการอาศัยช่องโหว่ของระบบ Search Engine ช่วยให้เกิดความรวดเร็วในการติดอันดับ “ใครๆ ก็อยากติดหน้าแรกให้เร็วที่สุด” SEO สายนี้จึงเกิดขึ้นมา
SEO สายเทา คืออะไร
- การใช้โดเมนที่หมดอายุจากการประมูล ซื้อมา โดยที่โดเมนนั้นมีอายุมานาน จึงมีค่า Authority สูง อัลกอริทึมของ Google จึงมองไว้ก่อนว่าเป็นโดเมนที่มีความน่าเชื่อถือสูง
- การสร้างเนื้อหาโดยใช้โปรแกรมช่วย สปินเนื้อหา หรือ Duplicate จากแหล่งที่น่าเชื่อถือมา
- การทำเนื้อหาที่ไม่สามารถซื้อโฆษณาบน Google Ads หรือ Social Media อื่นๆ ได้ (สินค้าหรือบริการผิดที่กฏหมาย)
- การซื้อ Backlink เพื่อส่งค่า Authority, Trust, Traffic เพื่อหลอกลวงระบบว่า เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นที่น่าเชื่อถือ
- สร้าง Traffic เพื่อหลอกระบบอัลกอริทึมว่าเว็บไซต์ดังกล่าว เป็นเว็บที่ได้รับความนิยม ผู้คนเข้าชมเยอะ
การทำ SEO สายเทาหรือสายดำแบบนี้ ก็ไม่ได้ผิดวิสัยหรือแตกต่างจากการทำ SEO ทั่วไปสักเท่าใดนัก (เพราะจุดมุ่งหมายเดียวกันคือติดหน้าแรก) ปัญหามันอยู่ที่ว่าทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นมันได้มาจากการซื้อ การรับจ้างเพื่อให้ได้มา หรือการจ่ายเงิน (เหมือนซื้อโฆษณา) อัลกอริทึมจึงนับเป็นการสร้าง Spam หรือขยะบนระบบ Google Search เป็นการละเมิดนโยบายของ Google Search ที่ประกาศไว้ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถศึกษาเพิ่มได้ พฤติกรรมที่ละเมิดนโยบาย Spam
SEO สายเทาใช้เทคนิคใดบ้าง
หากพบเห็นเอเจนซี่ บริษัทโฆษณา หรือฟรีแลนซ์ที่ รับทำ SEO สายเทา หรือไม่ เราจะสามารถประเมินได้เบื้องต้นว่าเขาใช้เทคนิคสายเทาหรือสายขาวกันแน่ สามารถดูได้จากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1. เทคนิค Cloaking
การปิดบังหน้าเว็บไซต์จริง คือ การนำเสนอให้ผู้ใช้เห็นเนื้อหาที่แตกต่างออกไปจากเครื่องมือค้นหาและมีเจตนาทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิด ตัวอย่างของการปิดบังหน้าเว็บจริง
2. เทคนิค Doorways Page
เว็บไซต์หรือหน้าที่สร้างขึ้นเพื่อให้ได้รับการจัดอันดับสำหรับคำค้นหาบางรายการที่คล้ายกัน โดยดอร์เวย์จะนำผู้ใช้ไปยังหน้าตัวกลางที่ไม่มีประโยชน์เท่ากับปลายทางสุดท้าย นี่คือตัวอย่างของดอร์เวย์
- มีหลายเว็บไซต์ที่มี URL และหน้าแรกเวอร์ชั่นแตกต่างกันเล็กน้อย เพื่อเพิ่มการเข้าถึงให้ได้มากที่สุดสำหรับคีย์เวิร์ดที่เจาะจง
- มีชื่อโดเมนหลายชื่อหรือหน้าหลายหน้าที่กำหนดเป้าหมายไปยังหน้าใดหน้าหนึ่ง เป็นจำนวนมาก
- สร้างหน้าเว็บขึ้นเพื่อนำผู้เยี่ยมชมไปยังส่วนของเว็บไซต์ที่สามารถใช้ได้หรือเกี่ยวข้องจริง
- หน้าที่คล้ายกันอย่างมาก ซึ่งคล้ายผลการค้นหามากกว่าลำดับชั้นที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
3. การใช้โดเมนหมดอายุ
การละเมิดจากการใช้โดเมนที่หมดอายุ คือ มีการซื้อชื่อโดเมนที่หมดอายุและนำมาใช้ซ้ำเพื่อแทรกแซงการจัดอันดับการค้นหา โดยการส่ง IP ไปยัง Host ที่เนื้อหาที่แทบไม่มีคุณค่าต่อผู้ใช้งานกับโดเมนเดิมเลย เช่น
- เว็บไซต์ที่หน่วยงานรัฐบาลเคยใช้งานมาก่อน แต่เข้าไปแล้วเป็นเว็บไซต์พนัน หลอกลวง ชวนลงทุน ฯลฯ
- ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เชิงพาณิชย์ที่ขายในเว็บไซต์ แต่เว็บไซต์ก่อนหน้านี้ เป็นเว็บไซต์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร มูลนิธิ
- สร้างเนื้อหาเกี่ยวกับคาสิโน การพนัน หลอกลวง ในเว็บไซต์ที่เคยเป็นสถานที่ที่เคยเปนโรงเรียน หรือองค์กรต่างๆ
4. การแฮกคอนเทนต์ (Hacked Content)
สร้างเนื้อหาที่วางไว้ในเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแล จากการใช้ช่องโหว่ของระบบรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ เนื้อหาที่ถูกแฮ็กทำให้ผู้ใช้ได้รับผลการค้นหาที่ไม่มีประสิทธิภาพและอาจมีเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อกลุ่มผู้ใช้ กลุ่มเป้าหมาย
- การแทรกโค้ด: แฮ็กเกอร์อาจพยายามแทรกโค้ดที่เป็นอันตรายลงในหน้าที่มีอยู่ในเว็บไซต์ การแทรกมักมาในรูปแบบของ JavaScript ที่เป็นอันตรายซึ่งแทรกลงในเว็บไซต์โดยตรง หรือแทรกใน iframe
- การแทรกหน้าเว็บ: มีการเพิ่มหน้าใหม่ๆ ที่มีเนื้อหาเป็นสแปมหรือเป็นอันตรายลงในเว็บไซต์ได้ เกิดจากข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย หน้าเหล่านี้มักถูกสร้างมาเพื่อควบคุมเครื่องมือค้นหา หน้าที่สร้างขึ้นใหม่เหล่านี้อาจเป็นอันตรายต่อผู้เข้าชมหรือประสิทธิภาพของเว็บไซต์ในผลการค้นหา
- การแทรกเนื้อหา: แฮ็กเกอร์ยังอาจพยายามควบคุมหน้าที่มีอยู่ในเว็บไซต์ด้วย โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มเนื้อหาลงในเว็บไซต์ซึ่งเครื่องมือค้นหามองเห็นได้ แต่คุณเองและผู้ใช้ของคุณอาจสังเกตเห็นเนื้อหาเหล่านี้ได้ยากกว่า หรือถูกซ่อนโดยใช้โค้ด CSS หรือ HTML หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน
- การเปลี่ยนเส้นทาง: แฮ็กเกอร์อาจแทรกโค้ดที่เป็นอันตรายลงในเว็บไซต์ ซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ไปยังหน้าที่เป็นอันตรายหรือเป็นสแปม หรือหน้าเพจที่แฮ็กเกอร์ต้องการ เช่น เพื่อเพิ่มทราฟิกให้เว็บไซต์เป้าหมาย หรือโดน Install Malware เป็นต้น
6. เทคนิค Keyword Stuffing
การซ่อนข้อความหรือลิงก์ ที่มีคีย์เวิร์ดอยู่ ซ่อนเพื่อวางเนื้อหาไว้ในหน้าเว็บ เพื่อควบคุมเครื่องมือค้นหาโดยเฉพาะและจะมองเห็นได้ยากต่อผู้ใช้งานเว็บไซต์ ผู้เข้าชมเว็บไซต์ เช่น
- ใช้ข้อความสีขาวบนพื้นหลังสีขาว
- ซ่อนข้อความหลังรูปภาพ
- ใช้ CSS เพื่อจัดตําแหน่งข้อความไว้นอกจอแสดงผล
- ตั้งขนาดแบบอักษรเป็น 0 ตั้งความทึบแสงเป็น 0 (ทำให้มองไม่เห็น)
- ซ่อนลิงก์โดยการลิงก์อักขระขนาดเล็กเพียงตัวเดียว (เช่น ขีดกลาง – ที่ย่อหน้า)
ปัจจุบันยังมีองค์ประกอบในการออกแบบเว็บหลายอย่างที่ใช้การแสดงและการซ่อนเนื้อหาแบบไดนามิก เพื่อซ่อนเนื้อหาและลิงก์ได้ด้วย
- เนื้อหาแบบ According หรือแท็บที่สลับไปมาระหว่างการแสดงและการซ่อนเนื้อหา
- ภาพสไลด์หรือแถบเลื่อนที่แสดงรูปภาพหรือย่อหน้าข้อความหลายรายการ
- ข้อความที่เข้าถึงได้ในแต่ละหน้าจอ เช่น ซ่อนข้อความไว้บนการแสดงผลเฉพาะ Mobile แต่ไม่แสดงผลบนหน้าจอ Desktop Screen
7. Link Spam
Google ใช้ลิงก์เป็นปัจจัยในการกำหนดความเกี่ยวข้องแต่ละหน้าเว็บ ลิงก์มีไว้เพื่อควบคุมการจัดอันดับในผลการค้นหาของ Google Search การจัดว่าลิงก์ใดเป็นสแปมลิงก์ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการปรับแต่งลิงก์ที่นำไปยังเว็บไซต์ หรือลิงก์ขาออกจากเว็บไซต์ Backlink ต่างๆ เช่น
- การซื้อหรือการขายลิงก์เพื่อการจัดอันดับ (ซื้อขาย Backlink)
- แลกเปลี่ยนเงินสําหรับลิงก์หรือโพสต์ที่มีลิงก์
- แลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการสําหรับลิงก์
- ส่งผลิตภัณฑ์ให้ผู้อื่นเพื่อแลกกับการเขียนถึงและใส่ลิงก์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
- การแลกเปลี่ยนลิงก์ หรือหน้าเว็บเฉพาะของพาร์ทเนอร์ที่มากเกินไป เพื่อหวังผลประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนลิงก์
- ใช้โปรแกรมอัตโนมัติเพื่อสร้างลิงก์ไปยังเว็บไซต์
- โฆษณาแบบข้อความหรือลิงก์ข้อความที่ไม่ได้บล็อกเครดิตการจัดอันดับ (Nofollow)
- บทความโฆษณาหรือโฆษณาแบบกลมกลืนที่ได้รับเงินสำหรับบทความ ซึ่งมีลิงก์ที่ส่งเครดิตการจัดอันดับ หรือลิงก์ที่มี anchor text ที่ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพในบทความ เกสต์โพสต์ หรือข่าวประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ
- ไดเรกทอรีเว็บไซต์คุณภาพต่ำหรือลิงก์ของเว็บไซต์ที่ให้บริการบุ๊กมาร์ก
- ลิงก์ที่มีคีย์เวิร์ดจำนวนมาก ลิงก์ที่ถูกซ่อน หรือลิงก์คุณภาพต่ำซึ่งฝังอยู่ในวิดเจ็ตในเว็บไซต์ต่างๆ
- ลิงก์ที่เผยแพร่โดยทั่วไปในส่วนท้ายหรือเทมเพลตของเว็บไซต์ต่างๆ การสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าต่ำเป็นหลักเพื่อจุดประสงค์ในการแทรกแซงสัญญาณการลิงก์และการจัดอันดับ
- การสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าต่ำ เพื่อจุดประสงค์ในการแทรกแซงการจัดอันดับ
8. Machine Generate traffic
- สร้างการค้นหาหรือทราฟิก ที่สร้างขึ้นโดยเครื่องมืออัตโนมัติมาที่ Google Search เช่นการใช้ Money robot
- คัดลอกผลการค้นหาเพื่อตรวจสอบอันดับหรือการเข้าถึง Google Search แบบอัตโนมัติประเภทอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต
- การเขียนโปรแกรมช่วยในการคลิกหน้าเว็บไซต์ ต่างๆ เพื่อให้ติดอันดับเร็วขึ้น
9. Malware and malicious behaviors
ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างความเสียหายแก่คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เคลื่อนที่ ซอฟต์แวร์ที่ทำงานอยู่ หรือผู้ใช้ซอฟต์แวร์นั้นๆ มัลแวร์มีลักษณะการทำงานที่เป็นอันตราย เช่น
- การติดตั้งซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้
- การติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย ที่เป็นไวรัส เจ้าของเว็บไซต์อาจไม่ทราบว่าไฟล์ที่ดาวน์โหลดนั้นเป็นมัลแวร์
10. Misleading functionality
การสร้างฟังก์ชันบนเว็บไซต์ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และล่อลวงผู้ใช้งานเพื่อเข้าถึงเนื้อหาบางอย่าง แต่กลับไม่ได้เข้าถึงจริงๆ เช่น
- เครื่องมือสร้างปลอมที่อ้างว่าจะให้เครดิต App Store แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ให้
- เว็บไซต์ที่อ้างว่าจะให้บริการฟังก์ชันการทำงานบางอย่าง เช่น แปลงไฟล์ pdf, ตัวจับเวลานับถอยหลัง พจนานุกรมออนไลน์ โปรแกรมแปลงไฟล์วีดีโอ แต่กลับตั้งใจนำผู้ใช้งานไปยังโฆษณาหลอกลวง (เช่น เว็บคาสิโน) แทนที่ไปยังหน้าบริการดังกล่าว
11. Sneaky redirects
การแอบเปลี่ยนเส้นทาง (Redirection) เปลี่ยนเส้นทางส่งผู้เข้าชมไปยัง URL อื่นที่ไม่ใช่ URL ที่ผู้ใช้ต้องการตั้งแต่แรก / เปลี่ยนเส้นทางอย่างอันตราย เพื่อแสดงเนื้อหาอื่นให้กับผู้ใช้และเครื่องมือค้นหาหรือแสดงเนื้อหาที่ไม่คาดคิดให้กับผู้ใช้
- แสดงเนื้อหาประเภทหนึ่งให้กับเครื่องมือค้นหาขณะที่เปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ไปยังเนื้อหาที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก
- แสดงหน้าเว็บปกติให้กับผู้ใช้เดสก์ท็อปขณะที่เปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ไปยังโดเมนสแปมที่แตกต่างกัน
การแอบเปลี่ยนเส้นทางจะจัดเป็นสแปมประเภทหนึ่ง แต่ก็มีเหตุผลที่เป็นไปได้มากมายที่จะเปลี่ยนเส้นทางจาก URL หนึ่งไปยังอีก URL หนึ่งโดยไม่จัดว่าเป็นสแปม เช่น
- การย้ายเว็บไซต์ไปยังที่อยู่ใหม่
- การรวมหน้าเว็บหลายหน้าเป็นหน้าเดียว
- การเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บภายในเมื่อผู้ใช้เข้าสู่ระบบ
12. User-generated spam
สแปมที่ผู้ใช้สร้างขึ้นคือเนื้อหาที่เป็นสแปมซึ่งผู้ใช้เพิ่มลงในเว็บไซต์ผ่านช่องทางที่มีไว้สำหรับเนื้อหาจากผู้ใช้ บ่อยครั้งที่เจ้าของเว็บไซต์ไม่ทราบถึงเนื้อหาที่เป็นสแปม
- บัญชีสแปมในบริการโฮสติ้งที่ใครก็จดทะเบียนได้
- สแปมการสร้างบัญชี ในบริการบนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ใครก็สมัครบริการได้
- โพสต์สแปมในชุดข้อความของฟอรัมต่างๆ
- สแปมลงในการแสดงความคิดเห็นในบล็อก บทความเว็บไซต์
ตัวอย่างคีย์เวิร์ดที่ผิด (คำต้องห้าม) สำหรับการโฆษณา
อันนี้ผมแบ่งมาเป็นหมวดหมู่ให้นะครับ นับเป็นคีย์เวิร์ดสายเทา เพราะมันยิงโฆษณาไม่ผ่าน แต่ทำ SEO ได้ แต่เดี๋ยวก่อน แม้จะทำ SEO ติดหน้าแรกได้ แต่คำเหล่านี้ ผิดกฎหมาย มาตรา 271 เกี่ยวกับการขายสินค้า ใช้คำหลอกลวง นับเป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (นี่คือเหตุผลที่นับเป็นคีย์ SEO สายเทา)
1. กลุ่มโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
- ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
- ป้องกันการเกิดสิว
- รักษาโรคผิวหนัง
- รักษาโรคสะเก็ดเงิน
- ขาวไว ขาวทันที ต้านอนุมูลอิสระ
- ธรรมชาติ 100%
- ลดรอยแดง
- ลดรอยดำ
- ลดรอยสิว
- ลดฝ้ากระ
- สลายฝ้า
- เห็นผล… ทันที ทันใจ แน่นอน ฯลฯ
- ระบุวันเห็นผล
- รับประกัน
- จริง เช่น ขาวจริง
- หน้าเรียว
- คำการันตีผลลัพธ์
- กระชับสัดส่วน
- ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน
2. กลุ่มสถานเสริมความงาม คลินิกศัลยกรรม
- เพียง เช่น เพียง 500 บาท
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- เท่านั้น
- พิเศษ
- เฉพาะ
- ล้ำสมัย
- แห่งเดียว / แห่งแรกในประเทศ
- ที่ 1 / ยืนหนึ่ง / อันดับ 1 / ดีที่สุด
- ราคาเดิม
- ครบวงจร
- ฟรี
- สวยจริง / สวยบอกต่อ
- งดงามที่… มีเสน่ห์ที่ …
- สวยเหมือนธรรมชาติ
- เหนือกว่า / สูงกว่า
- อยากสวย / สวยที่..
- รักษาโรค… ได้
3. กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและยาลดน้ำหนัก
- อ้วน/ผอม
- ระเบิดไขมัน
- ไซต์ใหญ่
- ลดน้ำหนัก
- ไม่โยโย่
- ขาแขนใหญ่
- ดื้อยา
- ได้ผล 100%
- คำที่ส่งผลต่อจิตใจ
- ลดด่วน
- ผอมทันใจแน่นอน
- เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
- เบิร์น
- ทลายไขมัน
- หุ่นดีกว่าเดิม
- คำการันตีผลลัพธ์
4. กลุ่มของขลัง วัตถุมงคล
- คำพูดอ้างอิทธิฤทธิ์
- สร้างปาฏิหาริย์
- ถูกหวย
- เสี่ยงดวง / เสี่ยงโชค
- พลิกชีวิต
- เปลี่ยนโชคชะตา
- ศักสิทธิ์
- เรียกทรัพย์
- ใช้แล้วรวย
5. กลุ่มรับสมัครตัวแทนจำหน่าย
- วิธีรวยเร็ว
- ทำงานจากบ้านก็รวยได้
- ทำงานประจำทำแล้วไม่รวย
- ขายวันนี้ พรุ่งนี้รวย
- งานสบายๆ รวยเร็วภายใน…ระยะเวลา
- ใช้สิทธิจองรวย
- รวยง่ายๆ แค่คลิก
- แค่ขายก็รวย
- รวยแบบไม่ทันตั้งตัว
- รวยข้ามคืน
SEO สายเทาผิดกฏหมายหรือไม่
การสร้างเว็บเพื่อนำมาทำ SEO สายเทานั้น ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายแต่อย่างใด ตราบใดที่เนื้อหาของสินค้า หรือบริการของเรานั้น ไม่ได้เป็นสินค้าต้องห้าม อาทิ เหล้าเถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติดให้โทษ ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น
เราจึงสรุปได้ว่าเว็บไซต์ SEO สายเทานั้นไม่ได้ผิดกฎหมายแต่อย่างใด หากเว็บไซต์ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิด ทั้งที่กล่าวข้างต้น รวมถึงเว็บประเภทข่าว Fake News ข่าวหลอกลวง ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง หรือการรับจ้างทำโฆษณา บทความเกี่ยวกับเว็บไซต์การพนันที่ผิดกฎหมายของประเทศ นอกจากจะโดนลงโทษตามกฎหมายอาญาแล้ว เว็บไซต์ก็ยังถูกปิดถาวรอีกด้วย
ข้อเสียและโทษของการรับทำ SEO สายเทาบนเว็บไซต์
หากเว็บไซต์คุณมี รับทำ SEO สายเทา (Blackhat SEO) ซึ่งผิดกฎหรือหลักเกณฑ์ของ Google ก็จะถูกลงโทษจากการทำผิดนั้นๆ ซึ่งบทลงโทษที่ใช้จะขึ้นอยู่กับว่ามีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของผู้ดูแลเว็บมากน้อยแค่ไหน เช่น
- เว็บไซต์คุณอาจโดนตัดคะแนนค่าความน่าเชื่อถือ (Authority Score)
- เว็บไซต์คุณอาจถูกปิดการมองเห็น ลดการแสดงผล
- อันดับของเว็บไซต์ และคีย์เวิร์ดในแต่ละหน้าเพจจะตกลง หรือหายไปจากระบบ Search Engine
- Spam Score จะมีค่าสูง ทำให้ Google Bot ไม่ไว้ใจเว็บไซต์ ลองตรวจสอบ Spam Score โดเมนคุณ
- เว็บไซต์ของคุณโดนแบนถาวรจาก Google
ที่มา : Google Inc. นโยบาย Google Ads
การทำ SEO สายเทานั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ภาพรวมของการทำ SEO กลยุทธ์ Blackhat นั้นเป็นการสร้างขยะให้กับระบบ Search Engine จึงควรพิจารณาถึงความคุ้มค่า ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและเวลาที่เสียไปให้ดี เพราะมันคือการพาเว็บไซต์ธุรกิจ เข้าสู่โหมดหลุมดำของการทำ SEO เมื่อโดนลงโทษอาจจะไม่คุ้มค่าการเสียเวลาเลยก็เป็นได้ สนใจ รับทำ SEO ลองทักมาสอบถามได้ครับ

Adisorn Kaewchansilp (พี่หมีฮาร์ดเซลล์)

