Web traffic คืออะไร? อธิบายให้เข้าใจภายใน 5 นาที

web traffic คืออะไร

ใครๆ ก็อยากมี Traffic เข้าเว็บไซต์ แต่เอ๊ะ! แล้วมันคืออะไรละ บทความนี้ผมจะมาอธิบายให้เข้าใจเรื่องของ Web traffic ให้เข้าใจกันครับว่ามันคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร แบบเข้าใจง่ายภายใน 5 นาทีเท่านั้น!

web traffic คืออะไร

Web traffic คือการเข้าชมของผู้ใช้งานเว็บไซต์

การวัด Web traffic หรือการเข้าชมของผู้ใช้งานในเว็บไซต์ คือ การรวมจำนวนสถิติการเข้าชมเว็บ โดยจะมีค่าต่างๆ เช่น การนับจำนวนคนเข้าเว็บ จำนวนคลิก ระยะเวลาการใช้งานบนเว็บ เรามักจะให้ความสำคัญกับ Traffic ที่เรียกว่า Engagement หรือ “การมีส่วนร่วม”

เพราะการมีส่วนร่วมนั้น เกิดจากการที่ผู้ใช้งานสนใจเข้าชมเว็บไซต์แล้วทำกิจกรรมใดๆ บนเว็บไซต์ เช่น การอ่าน การคลิก คอมเม้นท์ รวมถึงระยะเวลาที่อยู่บนเว็บไซต์

ปัจจัยชี้วัดคุณภาพของ Web Traffic

การวัดคุณภาพของ Traffic มีหลายวิธีด้วยกัน เช่น เครื่องมืออย่าง Google analytics 4 เป็นเครื่องมือหลักของนักพัฒนาเว็บไซต์ส่วนใหญ่ เลือกใช้ในการวัดคุณภาพของเว็บไซต์และวัดคุณภาพของเนื้อหา หรือคอนเทนต์บนเว็บไซต์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการทำ SEO จะมีค่าหลักด้วยกันอยู่ 3 ค่า ดังนี้

• Click through rate หรือ CTR

อัตราการคลิกผ่าน เพื่อวัดประสิทธิภาพของโฆษณา หรือคอนเทนต์นั้นๆ CTR คือจำนวนคลิกที่โฆษณาหรือเนื้อหา (content) หารด้วยจำนวนที่ได้รับการแสดงผลจะได้สูตร คือ คลิก ÷ การแสดงผล = CTR% เช่น ได้รับการคลิก 10 ครั้งจากการเห็นคอนเทนต์ 100 ครั้ง CTR จะเท่ากับ 10% อ่านสูตรคำนวน CTR% จาก Google

• Time on site (Session duration)

Session Duration ความหมายตรงตัว คือ ระยะเวลาเฉลี่ยของแต่ละ Session (ก่อนหน้านี้เราเรียกว่า Visit) ใช้สำหรับชี้วัดการเปิดชม การเข้าชมเว็บไซต์จำนวนเท่าใดและวัดได้ว่าอยู่บนเว็บไซต์นานแค่ไหนบ้าง

• Bounce rate

“อัตราการตีกลับ” คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ Session ที่มีการเข้าชมหน้าเดียว เทียบกับจำนวนทั้งหมด ค่านี้โดยพื้นฐานตามความเข้าใจแล้วเป็นค่าที่ยิ่งสูงยิ่งไม่ดี และเป็นค่าที่ทุกเว็บไซต์พยายามทำให้ลดลงได้มากที่สุด

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับค่า Bounce rate คือ หลายคนคิดว่ามันเกิดจากการเข้าเว็บไซต์แล้วออก “ทันที” ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะตามความหมายที่ได้กล่าวไปแล้วว่า Session ที่เกิด Bounce นั้นคือ Session ที่เข้าชมเพียงหน้าเดียว เช่น ผู้ใช้งานอ่านหน้าเว็บไซต์เพียงหน้าเดียว แม้ว่าจะนานแค่ไหนแล้วออกไป ก็ถือว่า Session นั้นเป็น Bounce session และในปัจจุบัน Google ได้ถอดค่า Bounce rate นี้ออกจาก Google Analytics 4 แล้วไปนับ Engagement session แทน

ประเภทของ Web Traffic

Orgnic Traffic คือ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า Web traffic มาจากแหล่งไหนบ้าง?

เราสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของ traffic ได้จากข้อมูล Reflection ของเครื่องมือวิเคราะห์ เช่น Google Analytics ซึ่งแสดงข้อมูลการเข้าชมจาก Organic Search, Direct, Referral, Social Media และ Paid Ads รวมถึงタグ URL เช่น UTM tags ที่เราติดบนลิงก์ เพื่อระบุแหล่งที่มาอย่างแม่นยำและวัดผลได้ชัดเจน

การวัดค่า Bounce Rate หมายความว่าอย่างไรและทำไมจึงควรใส่ใจ?

Bounce Rate คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าชมที่เข้าสู่เว็บไซต์แล้วออกจากหน้าเดียวโดยไม่ดำเนินกิจกรรมเพิ่มเติม ค่าที่สูงอาจบ่งชี้ว่าเนื้อหาไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้หรือเว็บไซต์ใช้งานไม่ดี อย่างไรก็ตาม ใน Google Analytics 4 ค่านี้ถูกแทนที่ด้วย Engagement Session ซึ่งวัดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บนเว็บไซต์อย่างละเอียดมากขึ้น

อะไรคือประเภทของ Web traffic และแต่ละประเภทหมายความว่าอย่างไร?

Web traffic แบ่งเป็นหลายประเภท เช่น Organic Traffic คือผู้ใช้งานที่เข้าชมผ่านการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดบน Search Engine, Direct Traffic คือผู้ที่พิมพ์ URL ตรง ๆ หรือใช้บุ๊กมาร์ก, Referral Traffic เป็นการเข้าชมจากเว็บไซต์อื่น ๆ รวมถึง Social Media และ Search Ads ทั้งนี้แต่ละชนิดแสดงแหล่งที่มาของการเข้าชมอย่างชัดเจน

การวัดคุณภาพของ Web traffic มีอะไรบ้าง?

การวัดคุณภาพของ Web traffic สามารถทำได้โดยใช้เครื่องมือเช่น Google Analytics 4 ซึ่งวัดค่าหลักหลายด้าน เช่น Click Through Rate (CTR) ซึ่งเป็นอัตราการคลิกเมื่อแสดงผล, Session Duration หรือเวลาที่ผู้ใช้งานอยู่บนเว็บไซต์, Bounce Rate ซึ่งแสดงเปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าชมที่ออกจากเว็บไซต์หลังจากดูเพียงหน้าเดียว ค่าที่ดีควรต่ำสำหรับ Bounce Rate และสูงสำหรับ Session Duration

Web traffic คืออะไรและทำไมถึงสำคัญสำหรับเว็บไซต์ของคุณ?

Web traffic หมายถึงจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งวัดจากสถิติการเข้าใช้งาน เช่น จำนวนคนเข้าชา ระยะเวลาที่อยู่บนเว็บไซต์ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำบนเว็บไซต์ ความเข้าใจใน Web traffic ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถประเมินความน่าสนใจและประสิทธิภาพของเว็บไซต์เพื่อวางกลยุทธ์ในการปรับปรุงได้

จำนวนของคนผู้ใช้งานที่เข้าชมเว็บไซต์ผ่านการใช้คีย์เวิร์ดค้นหาในหน้า Search Engine เช่น Google, Bing, Baidoo, Yandex, Etc. ซึ่งการเข้าชมเว็บไซต์แบบนี้เราเรียกว่าเป็นรูปแบบธรรมชาติของการเข้าชมโดยผู้ใช้งาน เช่น ค้นหาคำว่า “กาแฟ” ถ้าเนื้อหามีเรื่องเกี่ยวข้องกับกาแฟ แล้วมีเนื้อหาที่มีประโยชน์และตรงกับที่ผู้ใช้งานต้องการ ระบบก็จะนำเนื้อหาเราไปโชว์ให้ผู้ใช้งานในหน้าแรกๆ

Direct Traffic เกิดขึ้นอย่างไร

  1. Traffic ที่เกิดขึ้น โดยไม่มีข้อมูล Refferer ส่งมาจากเว็บบราวเซอร์ของผู้ใช้งาน หรือการพิมพ์ตรงๆ เข้ามายัง Address ของเว็บไซต์ เช่น คุณพิมพ์ว่า www.thewhitemarketing.com บน Google chrome
  2. Traffic ที่เกิดจากการ Bookmark ของยูสเซอร์
  3. Traffic ที่เกิดจาก https:// ไปยัง http://
  4. Traffic ที่มาจาก Instant Messenger หรือ Chat ต่างๆ เช่น การแปะลิงก์ใน Line, Mobile app ผลเสียคือทำให้เรานับที่มาที่แท้จริงไม่ได้ วิธีการแก้ไขคือ ให้ทำ UTM Tagging กับลิงค์ที่เราส่งไปยัง Line บอร์ดคาสท์ เพื่อให้ Traffic ไม่นับเป็น Direct (เพื่อจะวัดผลจากการบอร์ดคาสท์ได้)
  5. Traffic จาก Email Client เช่น การเปิดลิงก์อีเมลโฆษณา จาก Outlook
  6. Traffic จาก Non-web document เช่น ลิงก์ในไฟล์ word, exel, powerpoint, pages, keynote หรือโปรแกรมอื่นๆ
  7. การใช้ UTM Tagging ผิด เช่นการพิมพ์ผิดใน utm_source เป็น utmsource ผลที่เกิดขึ้นคือ traffic ที่ได้ถูกนับค่าเป็น Direct traffic แทนที่จะมีที่มา

Referral Traffic แบบมีแหล่งอ้างอิงที่มา

  1. Traffic จากเว็บไซต์ต่างๆ โซเชียลมีเดีย เฟสบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์
  2. จากการคลิกลิงก์การค้นหาผลลัพท์ใน Search engine เช่น Google, Baidoo, Yandex เว็บปลายทางจะได้รับ Traffic referrer เป็นชื่อของ Search engine นั้นๆ
  3. การคลิกโฆษณา Google Ads หากเราทำ auto-tagging ที่ลิงก์กับบัญชี Google analytics มันจะสามารถนับได้ว่า Referrer มาจากการคลิกโฆษณ Google Ads และยังแบ่งเป็น 2 ช่องทาง ตัวอย่างเช่น “Paid search” จะถูกจัดอยู่ในโฆษณาแบบ Search และ “Display” จะเป็น traffic ที่มาจากโฆษณาแบนเนอร์ดิสเพลย์ของ Google Ads
  4. URL ที่เราติด tagging เช่น Line official ที่เราส่งให้ลูกค้า จะถูกนับเป็น “Other”

การวัด Web traffic ที่ดูเหมือนจะง่าย แต่ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อน หากเราต้องการรู้ที่มาของ Traffic เพื่อช่วยป้องกันการเข้าใจผิดในการอ่าน Analytics report และวัดผล Data ได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

the white marketing

Adisorn Kaewchansilp (พี่หมีฮาร์ดเซลล์)

เจ้าของ The White Marketing / SEO Expert by พี่หมีฮาร์ดเซลล์ SEO เอเจนซี่เล็กๆ และครีเอทีฟโฆษณา รักการถ่ายภาพ รีวิวคาเฟ่ ชื่นชอบญี่ปุ่น 🇯🇵
the white marketing

Adisorn Kaewchansilp (พี่หมีฮาร์ดเซลล์)

เจ้าของ The White Marketing / SEO Expert by พี่หมีฮาร์ดเซลล์ SEO เอเจนซี่เล็กๆ และครีเอทีฟโฆษณา รักการถ่ายภาพ รีวิวคาเฟ่ ชื่นชอบญี่ปุ่น 🇯🇵