Hackathon คืออะไร ? ทำไมจึงอยู่คู่กับธุรกิจ “สตาร์ทอัพ” (Startups)

a man in hackathon event

Hackathon มาจากความว่า “แฮกเกอร์” (Hacker) และ “มาราธอน” (Marathon) ถูกคิดค้นโดยโปรแกรมเมอร์ (เลยมักเกี่ยวข้องกับไอที) พอมารวมกันจึงหมายถึง การรวมตัวกันของเหล่านักพัฒนา (Developer) และไม่ได้มีคำจำกัดความอยู่เพียงแค่นักพัฒนา หรือ “โปรแกรมเมอร์” อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน

ต่อมา “Hackathon” ได้กลายมาเป็นชุมชนที่มีกิจกรรมรูปแบบใหม่ คือ เป็นแหล่งรวมกลุ่มหรือสมาชิกที่สนใจในเรื่องเดียวกันกลายมาเป็นงานที่เรียกว่า “แฮกกาธอน” ซึ่งเหล่าสมาชิกกลุ่มจะสร้างทีมที่จะมีได้ทั้ง นักพัฒนา โปรแกรมเมอร์ นักลงทุน (Venture) ครีเอทีฟ (Creative) นักทดสอบ (Tester) นักการตลาด (Marketer) รวมไปถึงกราฟิคดีไซน์ (Graphic Designer) นักวิจัย (Researcher) เป็นต้น

จุดประสงค์ คือ การสร้างสรรค์ไอเดีย นวัตกรรม หรือธุรกิจแพลตฟอร์มที่เราชอบเรียกกันว่า “สตาร์ทอัพ” (Startups) “แบบเร่งด่วน” นั่นเองครับ (เพราะทำ ​Demo) โดยปกติคนทำงานจะรู้ดีครับว่าการพัฒนาแพลตฟอร์มหรือเทคโนโลยีใดๆ อาจต้องใช้เวลาประมาณนึงเลย ( 1-2 เดือนหรือนานกว่านั้น)

ฉะนั้นการทำ Hackathon ก็เหมือนการรวมทีมของตัวเทพ ตัวจี๊ด นักสร้างสรรค์ที่อาจจะเป็นหัวกะทิ ผู้มีอุดมการณ์และชอบความท้าทาย มาร่วมทำกิจกรรมร่วมกันที่งาน เพื่อสร้างนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น (48 ชั่วโมง) และนำเสนอผลงานให้คณะกรรมการตัดสินว่าผลงานของใครยอดเยี่ยม และต่อยอดได้ในเชิงธุรกิจ หรือควรได้เงินทุนจาก Venture Capital (VC) เพื่อนำมาสร้างเป็นธุรกิจในอนาคต

hackathon team

6 ตำแหน่งสำคัญในงาน Hackathon

1. ผู้จัดงาน (Organizer)

ผู้จัดตัวตั้งตัวตีคือสิ่งแรกที่ขาดไม่ได้ บางทีอาจจะเป็นคนในองค์กรเอกชนหรือหน่วยงานกลางที่มาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการจัดงาน สถานที่ การประสานงานรวมไปถึงการดำเนินงานแข่งขันให้เป็นไปตามที่วางแผนไว้ คล้ายๆ จัดงานอีเว้นท์แหละครับ

2. ผู้เข้าแข่งขัน (Hacker)

ผู้เข้าแข่งขันจะเรียกว่าเป็น Hacker แต่หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นคำที่ไม่ดีนะครับ ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ในงานใหญ่ๆ จะมีหลัก 100 คนขึ้นไปและเป็นไปได้ในทุกช่วงอายุที่สนใจจะสร้างนวัตกรรมและธุรกิจสตาร์ทอัพ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ซีเนียร์เลยก็มี โดยจะแบ่งเป็นทีมประมาณ 3-6 คน

3. ผู้สนับสนุน (Sponsor)

สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกส่วนคือสปอนเซอร์สนับสนุน ส่วนมากจะเป็นองค์กรเอกชนใหญ่ๆ หรือหน่วยงานรัฐฯ เช่น ธนาคารพาณิชย์ เจ้าของธุรกิจค้าปลีกระดับประเทศ หรือใครก็ตามที่สนใจเป็นศูนย์รวมแหล่งเงินทุน ซึ่งจะเป็นผู้ให้โจทย์แก่ผู้เข้าแข่งขันรวมถึงให้คำปรึกษาในเชิงธุรกิจ

4. ผู้เชี่ยวชาญ (Mentor)

Mentor คือบุคคลสำคัญในงาน Hackathon เพราะเขาคือผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านเทคนิคและด้านการทำโมเดลธุรกิจ คอยให้คำปรึกษาความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงคัดกรองไอเดียที่เหล่าผู้แข่งขันสุมหัวคิด (Brainstrom) ก่อนที่จะเริ่มสร้างเทคโนโลยีนั้นๆ โดยเมนเทอร์มักจะเป็นระดับอาจารย์ หรือผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ที่มีชื่อเสียง

5. กรรมการ (Director)

กรรมการผู้ตัดสินมักจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์โชกโชนในการทำธุรกิจและสามารถมองตัวเทคโนโลยีนั้นๆ ว่าสามารถนำมาต่อยอดเป็นโปรดักส์หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาที่มี Solution ที่ผู้คนต้องการหรือไม่ บางทีก็เป็นนักธุรกิจ ซีอีโอ หรือนักลงทุนเองเป็นกรรมการก็ได้

6. ผู้สังเกตการณ์ (Observer)

เป็นส่วนเติมเต็มในงานนี้เพราะงานอาจจะมีผู้แข่งขันที่สมัครเข้ามาจำนวนมาก แต่ก็คงจะไม่ใช้ทุกคนที่มีความสามารถหรืออาจเปิดทางให้คนที่สามารถ เข้าแข่งขันเพื่อบรรลุจุดประสงค์ของงาน หรือคนเหล่านี้อาจจะมาเพื่อจุดประสงค์อื่น เช่น คัดเลือกคนเข้าร่วมองค์กร หาความรู้ หาประสบการณ์ เป็นต้น

developer using macbook in hackathon 2020

โจทย์ของ Hackathon คืออะไร ?

ผู้เข้าแข่งขันแฮกกาธอนต่างรู้ดีว่า..จะได้รับโจทย์ที่ท้าทายความสามารถในระยะเวลาอันจำกัด เพื่อร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์โดนใจเหล่ากรรมการและผู้บริโภค โดยส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมที่ทันสมัยในยุคดิจิทัล เช่น ดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม (Digital Transformation) ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือระบบฐานข้อมูลที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจได้ (Data-Driven Business)

โดยไอเดียส่วนใหญ่ต้องมี Solution ที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ ครอบครัว สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งอาจถูกนำเสนอในรูปแบบ Conceptual, Desing, Demo Application เป็นต้น

ทำไมจึงอยู่คู่กับ “ธุรกิจสตาร์ทอัพ”

ผมอาจไม่ได้มีความรู้ในการทำธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดนั้น จึงขอนิยามจากผู้ที่ได้ชื่อว่า “บิดาแห่งสตาร์ทอัพ” อย่าง Steve Blank ที่กล่าวไว้ว่า “สตาร์ทอัพ คือ องค์กรที่สร้างขึ้นเพื่อค้นหาโมเดลธุรกิจที่เติบโตแบบก้าวกระโดดและทำซ้ำได้”

steave blank

“A startup is an organization formed to search for a repeatable and scalable business model.”

ที่มา : steveblank.com

โมเดลธุรกิจที่ “ทำซ้ำได้” และโตแบบก้าวกระโดด

จากนิยามของ Steve Blank หมายความว่าหัวใจของธุรกิจ “สตาร์ทอัพ” ก็คือ “Business Model” ที่สามารถทำซ้ำได้ และเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วย นอกเหนือจากมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและช่วยแก้ปัญหาให้กับองค์กรหรือชุมชนได้

• ธุรกิจที่ทำซ้ำได้ (Repeatable)

ขอยกตัวอย่างธุรกิจที่สร้างมาเพื่ออำนวยเรื่องงานโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะ Work from home หรือ from office อย่าง Slack ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยมีบริษัทมาใช้งานกว่า 8,000 บริษัทใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเปิดตัว

slack

จำนวนผู้ใช้งานต่อวันราวๆ 360,000 คนและใช้งานไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน โดย Slack บอกว่าตัวเองเป็นเพียงแพลตฟอร์มสำหรับสื่อสารในทีมหรือองค์กร (team communication) ไว้สื่อสารแลกเปลี่ยนไอเดียประชุม ไฟล์งาน แต่ประเด็นคือมันไม่ได้มีไว้เล่นๆ

จุดเด่นคือการวางหน้าที่การทำงาน ที่สามารถบอกได้ว่าใครกำลังทำงานอะไรอยู่และโปรเซสงานถึงไหนแล้ว หมายความว่าหากมีใครคนใดคนหนึ่งในทีม ไม่สบาย ฉุกเฉิน ลาออก ระหว่างโปรเจ็คนั้นดำเนินการอยู่ เราก็จะสามารถรู้ได้ว่างานถึงไหนแล้ว โดยใช้แท็ก # ในการแบ่งตำแหน่งและทีม ทำให้ทีมสามารถหาคนมาซัพพอร์ทได้ทันทีโดยไม่เสียงาน ระบบนี้จึงสามารถทำซ้ำได้เรื่อยๆ นั่นเอง

• โตแบบก้าวกระโดด ขยายขนาดได้ (Scalable)

ถ้าให้ผมยกตัวอย่างคงจะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวแบบสุดๆ บางคนอาจกำลังอ่านลิงก์บทความนี้จาก Facebook แน่นอนครับ ที่ในช่วงแรกผู้สร้างคาดหวังเพียงผู้ใช้งานที่เป็นเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย

แต่แพลตฟอร์มนี้มันกลับโตแบบก้าวกระโดดจนกลายเป็นธุรกิจหลักพันล้าน หมื่นล้านและแสนล้านในเวลาถัดมาจึงเรียกได้ว่า โตไม่เคยหยุดโตจน Disrupt ธุรกิจทีวี โฆษณาออฟไลน์จนปิดตัวลงไป

airbnb

หรืออีกธุรกิจโมเดลอย่าง Airbnb สตาร์ทอัพที่มีการแชร์บ้านของเหล่าผู้งานแอปพลิเคชั่นให้มาเป็นบ้านพักที่สร้างรายได้ให้กับผู้ที่มีบ้านพักตากอากาศหรือบ้านที่ไม่ได้ใช้งาน

กลายมาเป็น ecosystem ขนาดใหญ่ที่โตแบบก้าวกระโดดทำให้เหล่าโรงแรมอิจฉาตาร้อนกับการเติบโตของธุรกิจนี้ไปตามๆ กัน แน่นอนว่าธุรกิจนี้ก็ Disruption ธุรกิจโรงแรมและที่พักเช่นกัน

บทความหน้าผมจะขอมาอธิบายเรื่อง SME กับ Startups ว่าความแตกต่างของทั้งสองธุรกิจนี้ต่างกันอย่างไรนะครับ

สำหรับใครที่ชอบความท้าทายอาจลองไปติดตามหน่วยงานอย่าง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่องค์กรเอกชนก็จะมีการจัดงานเหล่านี้อยู่เป็นประจำทุกปีครับ อย่างงาน Hackathon ล่าสุด AI for all Thais Hackathon 2020 ก็มีผู้ชนะและได้รับเงินรางวัลไปเรียบร้อย

ใครที่สนใจหรือชอบความท้าทายเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ ผมว่างาน Hackathon ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่อาจช่วยเติมเต็มความต้องการและปูพื้นฐานให้กับสตาร์ทอัพได้ดีมากนะครับ

the white marketing

Adisorn Kaewchansilp (พี่หมีฮาร์ดเซลล์)

เจ้าของ The White Marketing / SEO Expert by พี่หมีฮาร์ดเซลล์ SEO เอเจนซี่เล็กๆ และครีเอทีฟโฆษณา รักการถ่ายภาพ รีวิวคาเฟ่ ชื่นชอบญี่ปุ่น 🇯🇵
the white marketing

Adisorn Kaewchansilp (พี่หมีฮาร์ดเซลล์)

เจ้าของ The White Marketing / SEO Expert by พี่หมีฮาร์ดเซลล์ SEO เอเจนซี่เล็กๆ และครีเอทีฟโฆษณา รักการถ่ายภาพ รีวิวคาเฟ่ ชื่นชอบญี่ปุ่น 🇯🇵